จากสถานการณ์ความรุนแรงที่ทวีความรุนแรงในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อระดับ ราคาน้ำมันดิบ ในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569 เกิดกระแสความตื่นตระหนกของประชาชนในความกังวลเรื่องปัญหาการขาดแคลนน้ำมันและการปรับ ราคาน้ำมัน ที่สูงขึ้นทำให้เกิดภาพการต่อแถวเข้าคิวเติมน้ำมันที่หน้าสถานีบริการน้ำมัน
ในช่วงบ่ายของวันที่ 3 มีนาคม ที่ผ่านมา บริษัทน้ำมันเอกชนอย่าง Shell ได้นำร่องปรับขึ้นราคาน้ำมันในกลุ่ม แก๊สโซฮอลล์ เพิ่มขึ้น +1.50 บาท/ลิตร และ กลุ่มดีเซลเพิ่มขึ้น +4.20 บาท/ลิตร ขณะที่ Caltex ปรับขึ้นราคาน้ำมันในกลุ่ม แก๊สโซฮอลล์ เพิ่มขึ้น +0.90 บาท/ลิตร และ กลุ่มดีเซลเพิ่มขึ้น +1.80 บาท/ลิตร ก่อนที่จะมีการปรับลดลงในระดับเดิมก่อนปรับขึ้น ในช่วงเช้าของวันที่ 4 มีนาคม 2569 ยกเว้น Shell ลดราคาน้ำมันในกลุ่ม แก๊สโซฮอลล์ ลง -1.00 บาท/ลิตร จากที่ปรับขึ้น +1.50 บาท/ลิตร
ต่อมา นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เปิดเผยว่าที่ประชุม กบน. มีมติให้ตรึงราคาน้ำมันดีเซลที่ราคา 29.94 บาทต่อลิตร ต่อเนื่อง 15 วัน แม้ว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกได้ปรับตัวสูงขึ้นมีผลนับตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2569 เป็นต้นไปหลังจากนั้นจะพิจารณามาตราการช่วยเหลือประชาชนอีกครั้งหนึ่ง
ทั้งนี้ วันที่ 4 มีนาคม 2569 สถานีบริการน้ำมันทุกสถานีจำหน่ายน้ำมันดีเซลอยู่ที่ราคา 29.94 บาทต่อลิตร โดยเพิ่มการชดเชยน้ำมันดีเซล 2.77 บาทต่อลิตร อีกทั้งลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันในกลุ่มเบนซิน 0.38 – 0.70 บาทต่อลิตรโดยจะส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกในกลุ่มน้ำมันดีเซลและเบนซินทุกชนิดที่หน้าสถานีบริการมีราคาคงเดิม
ขณะที่ ล่าสุด กระทรวงพลังงาน ได้ตั้งวอร์รูมเพื่อติดตามสถานการณ์สงครามและการสู้รบในตะวันออกกลางระหว่างอิสราเอล–สหรัฐฯกับอิหร่านเนื่องจากมีแนวโน้มขยายวงกว้างและอาจเกิดผลกระทบต่อการปิดเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุชกระทรวงพลังงานจึงต้องเฝ้าระวังและวิเคราะห์สถานการณ์อย่างใกล้ชิดเนื่องจากระดับราคาน้ำมันดิบตลาดโลกส่งสัญญาณผันผวนต่อเนื่องและเพื่อไม่ให้ประชาชนในประเทศได้รับผลกระทบมากเกินไป
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุม กบน. จึงได้ใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาช่วยลดแรงกระแทกดังกล่าว โดยลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนฯ สำหรับน้ำมันในกลุ่มเบนซิน และแก๊สโซฮอลเพื่อให้ราคาขายปลีกคงเดิม และขอให้มั่นใจได้ว่า ประเทศไทยจะยังมีสำรองน้ำมันเพียงพอไม่ขาดแคลน และราคาอยู่ในระดับที่เหมาะสมไม่กระทบต่อประชาชนมากนัก ซึ่งปัจจุบันฐานะกองทุนน้ำมันฯ ณ วันที่ 1 มีนาคม 2569 กองทุนน้ำมันฯ เป็นบวกอยู่ที่ 2,459 ล้านบาท

ด้าน นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวง ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงาน โดยกรมธุรกิจพลังงาน ได้เรียกผู้ค้าน้ำมันประชุมด่วนแล้ว เพื่อให้เตรียมความพร้อมรับมือและเร่งจัดหาน้ำมัน ซึ่งในเช้าวันนี้ อิหร่านได้ประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุชทั้งหมด ส่งผลกระทบต่อการนำเข้า จึงขอให้ผู้ค้าเร่งจัดหาจากแหล่งอื่นนอกภูมิภาคตะวันออกกลาง เช่น อเมริกา แอฟริกาตะวันตก มาเลเซีย อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ปริมาณสำรองภายในประเทศมีเพียงพอต่อความต้องการใช้ของประชาชน พร้อมใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการชดเชยราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น
ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานได้ประเมินความเสี่ยงและมาตรการป้องกันการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลปริมาณสำรองภายในประเทศ ณ วันที่ 1 มีนาคม 2569 ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือและปริมาณสำรองตามกฎหมาย มีปริมาณอยู่ที่ 4,877 ล้านลิตร และน้ำมันดิบที่อยู่ระหว่างการขนส่ง มีปริมาณอยู่ที่ 2,783 ล้านลิตร รวมปริมาณทั้งสิ้น 7,660 ล้านลิตร สามารถใช้ได้ 60 วัน ในกรณีที่จัดหาเข้ามาใหม่ไม่ได้ แต่ในความเป็นจริง ยังคงจัดหาน้ำมันได้อย่างต่อเนื่องจากแหล่งอื่น ๆ แต่ราคาอาจจะปรับตัวสูงขึ้นตามราคาในตลาดโลก
สำหรับ กระแสข่าวที่มีการส่งออกน้ำมันไปยัง สปป.ลาว และประเทศเพื่อนบ้านนั้น ขอยืนยันว่า การส่งออกดังกล่าวเป็นการดำเนินการตามสัญญาที่ทำไว้ก่อนหน้านี้ อีกทั้ง ประเทศไทยและ สปป.ลาว มีความสัมพันธ์อันดีทางด้านพลังงาน ไม่เพียงแต่การส่งออกน้ำมันจากไทยไปยัง สปป.ลาว แต่ไทยก็นำเข้าไฟฟ้าจาก สปป.ลาว ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ ได้มีการย้ำมาตรการคุมเข้มไม่ให้มีการส่งออกน้ำมันต่อไปยังประเทศที่ 3 ทั้งนี้ หากสถานการณ์ยืดเยื้อและเข้าขั้นวิกฤต กรมธุรกิจพลังงานจะกำหนดเงื่อนไขที่เหมาะสมในการดำเนินมาตรการระงับการส่งออกเพื่อเพิ่มความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อประเทศเพื่อนบ้านที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงทางพลังงานของไทยด้วย
ขณะที่ ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกและกักตุนน้ำมัน การกักตุนน้ำมันในปริมาณมาก เข้าข่ายผิดกฎหมายและอาจเกิดอันตรายจากการจัดเก็บที่ไม่ถูกวิธี กระทรวงพลังงาน เชื่อมั่นว่า ปริมาณสำรองภายในประเทศ มีใช้อย่างเพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งแม้ปัจจุบันจะมีปริมาณสำรองอยู่ที่ 60 วัน แต่ก็ยังมีการจัดหาน้ำมันอย่างต่อเนื่องจากแหล่งที่อยู่นอกภูมิภาคตะวันออกกลาง เช่น อเมริกา แอฟริกาตะวันตก มาเลเซีย นอกจากนั้น เตรียมใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าชดเชยราคาเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชน ส่วนกระแสข่าวการส่งออกน้ำมันไปยังประเทศเพื่อนบ้านซึ่งเป็นสัญญาส่งออกที่ดำเนินการก่อนเกิดสถานการณ์ความไม่สงบนั้น กระทรวงพลังงานจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากสถานการณ์เข้าขั้นวิกฤต ก็พร้อมที่จะดำเนินมาตรการระงับการส่งออกตามความเหมาะสม ขอย้ำว่า กระทรวงพลังงาน จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและพร้อมดำเนินทุกมาตรการโดยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนชาวไทยเป็นสำคัญ
วันนี้ (4 มีนาคม 2569) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท. ประกาศคง ราคาน้ำมัน ดีเซลและแก๊สโซฮอล์ ไว้ในระดับปัจจุบันเป็นระยะเวลา 15 วัน เพื่อร่วมบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้แก่ประชาชน สอดรับกับทิศทางนโยบายพลังงานของรัฐบาล โดย ปตท. ในฐานะบริษัทพลังงานแห่งชาติ สนับสนุนและร่วมผลักดันนโยบายของรัฐบาลในการดูแลค่าครองชีพของประชาชน โดยเชื่อมั่นว่าความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนเป็นกลไกสำคัญในการสร้างเสถียรภาพและความยั่งยืนให้กับประเทศ
สำหรับ มาตรการดังกล่าวเป็นการดำเนินการในระยะสั้น บนความร่วมมือของ ปตท. และบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มที่ดำเนินธุรกิจสถานีบริการ โดย ปตท. ยืนยันว่า พื้นฐานทางธุรกิจของบริษัทยังคงแข็งแกร่ง และมุ่งมั่นที่จะสร้างความมั่นคงทางพลังงาน สร้างผลตอบแทนที่ดีแก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งเป็นกลยุทธ์หลักที่ ปตท. ยึดมั่นมาโดยตลอดในฐานะรากฐานของการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ด้าน บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานการทำงานกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินผลกระทบและดูแลเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศ จากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทวีความตึงเครียด ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น และอาจกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงาน
บริษัทขอแจ้งว่าจะคงราคาจำหน่ายน้ำมันในระดับปัจจุบันจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนและผู้ใช้พลังงานเป็นสำคัญ พร้อมบริหารจัดการด้านการจัดหาและต้นทุนอย่างรอบคอบ เพื่อดูแลลูกค้าและสังคมท่ามกลางความผันผวนของตลาดพลังงาน ทั้งนี้ การพิจารณาด้านราคาจะดำเนินการอย่างเหมาะสมตามภาวะต้นทุนและสถานการณ์ตลาด
บริษัทขอความร่วมมือผู้ใช้พลังงานไม่ตื่นตระหนกหรือกักตุน เนื่องจากปริมาณสำรองน้ำมันและระบบขนส่งภายในประเทศยังคงดำเนินการได้ตามปกติ แม้สถานการณ์ระหว่างประเทศยังมีความไม่แน่นอน






