slide 1
slide 1
Image Slide 2
Image Slide 2
previous arrowprevious arrow
next arrownext arrow
Homeแบรนด์รถยนต์mgเปิดตัว MG3 HYBRID+ ที่แรกในโลก พร้อมขบวนรถสุดล้ำมากกว่า 10 รุ่น

เปิดตัว MG3 HYBRID+ ที่แรกในโลก พร้อมขบวนรถสุดล้ำมากกว่า 10 รุ่น

เข้างาน GENEVA INTERNATIONAL MOTOR SHOW 2024

MG Motor Global ได้เข้าร่วมงาน GENEVA INTERNATIONAL MOTOR SHOW 2024 ซึ่งถือเป็นครั้งแรก ของ เอ็มจี ที่ได้จัดแสดงรถยนต์ในงานนี้ โดย เอ็มจี ได้นำรถยนต์ไฮไลท์มากกว่า 10 รุ่น มาจัดแสดงภายในงาน นำโดยการเปิดตัวครั้งแรกของ รถยนต์ไฮบริด MG3 HYBRID+ สปอร์ตซีดาน อย่าง MG7 รถแฮทช์แบ็คไฟฟ้า100% MG4 ELECTRIC รวมถึง MG CYBERSTER สปอร์ตโรดสเตอร์อีวี และพรีเมียมอีวี ในรุ่น MG9 EV และ MG S9 EV รวมถึงแบรนด์ IM ที่มาในแบบซีดานอีวี L6 และL7 เอสยูวีพรีเมียมอย่าง LS6 และ LS7 

MG MOTOR GLOBAL ได้ทำการเผยโฉมรถยนต์ MG3 HYBRID+ รุ่นใหม่เป็นครั้งแรก โดยรถรุ่นนี้เป็นรถยนต์ไฮบริดเวอร์ชันใหม่ ที่มอบการผสมผสานระหว่างสมรรถนะดีเยี่ยมเข้ากับความคุ้มค่าและอัตราการประหยัดเชื้อเพลิงที่พัฒนาขึ้น รวมถึงงานดีไซน์ใหม่ทั้งคันจากภายนอกและภายใน ให้มีความโดดเด่นกว่ารุ่นที่ผ่านมา

MG3 HYBRID+ จัดอยู่ในรถยนต์เซกเมนต์ B แฮทช์แบ็ค ที่ถือเป็นเซกต์เมนต์ที่ได้รับความนิยมในตลาดยุโรป ตอบโจทย์การใช้งานได้ดีเยี่ยมในชีวิตประจำวัน มาพร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่ถูกพัฒนาให้ดีขึ้นด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 HYBRID+ ประสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร ให้พละกำลังสูงสุด 102 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 128 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า กำลังสูงสุด 136 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 1.83 kWh เมื่อทำงานร่วมกันจะได้พละกำลังรวมสูงสุดที่ 194 แรงม้า โดยปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 100 กรัมต่อกิโลเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ ให้อัตราเร่งที่  0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 8 วินาที MG3 HYBRID+ มาพร้อม 3 โหมดการขับขี่ ได้แก่ โหมด Eco ประหยัดพลังงาน โหมด Standard เพื่อการขับขี่ทั่วไป และโหมด Sport สำหรับการขับขี่ที่เร้าใจ

การออกแบบภายในห้องโดยสารมีความล้ำสมัย ด้วยจอแสดงผลคู่พร้อมระบบสัมผัส มาพร้อมระบบอัจฉริยะ     i-SMART และระบบช่วยเหลือการขับขี่ อย่าง MG Pilot ให้การเชื่อมต่อและเสริมความปลอดภัยที่ดีขึ้น พื้นที่ห้องโดยสารและพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายถูกออกแบบให้มีพื้นที่กว้างขวางมากยิ่งขึ้น

Mr. David Allison, MG Motor UK Head of Product and Planning กล่าวว่า “ด้วยคุณสมบัตินี้ รถยนต์ MG3 รุ่นใหม่จะมอบความผสมผสานของสมรรถนะและประสิทธิภาพการขับขี่ ด้วยเทคโนโลยีพลังงานใหม่ Hybrid+ ของเอ็มจี ซึ่งเราได้มีการปรับปรุงให้ระบบ Hybrid+ นั้นดีขึ้นทุกด้าน แต่ยังคงไว้ซึ่งแนวคิดการขับขี่ที่สนุกสนานของ เอ็มจี อีกทั้งฟีเจอร์ต่าง ๆ ภายในตัวรถ ได้ถูกออกแบบให้มีความพรีเมียม รวมถึงระบบความปลอดภัยของรถรุ่นนี้ สามารถมอบความอุ่นใจให้กับผู้ขับขี่ และผู้โดยสารในทุกที่นั่ง อย่างแน่นอน”

นอกจากการเปิดตัวครั้งแรกของ MG3 HYBRID+ แล้ว เอ็มจี ยังได้นำ รถยนต์รุ่นอื่น ๆ มาจัดแสดงในงาน GENEVA INTERNATIONAL MOTOR SHOW 2024 โดยมีรุ่นที่ได้รับความสนใจจากหลากหลายประเทศ อาทิ โรดสเตอร์ระดับตำนานฉลองครบ 100 ปี อย่าง MG CYBERSTER ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่มอบพละกำลังสูงสุดกว่า 544 แรงม้า (400 กิโลวัตต์) พร้อมกับแรงบิดสูงสุดถึง 725 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในเวลา 3.2 วินาที รวมถึง MG4 ELECTRIC ซึ่งเป็นเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นโกลบอลที่ถือได้ว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นบุกเบิกให้แบรนด์ เอ็มจี ได้รับยอดขายสูงในหลาย ๆ ประเทศ รวมถึงกวาดรางวัลต่างๆ มาแล้วมากมายทั่วโลก ซึ่งรุ่นที่นำมาโชว์ภายในงานเป็นรุ่นมอเตอร์คู่ (X POWER) รวมถึง MG7 และ MG9 ซึ่งทั้งสองรุ่นนี้ถือเป็นการเติมเต็มให้กับ เอ็มจี ได้สามารถตอบโจทย์ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ให้คลอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้า ตั้งแต่รถขนาดเล็กที่เข้าถึงได้ทุกกลุ่มคน MG3 Hybrid+ ไปจนถึงรถระดับพรีเมียมที่มีความหรูหราอย่าง MG9

นอกจากนี้ เอ็มจี ทุกรุ่นที่กล่าวมา ในงาน GENEVA INTERNATIONAL MOTOR SHOW 2024 ยังถือเป็นครั้งแรกที่ เอ็มจี ได้เปิดตัว แบรนด์รถไฟฟ้าระดับพรีเมียมอย่าง IM (INTELLIGENT MOBILITY) โดยนำมาจัดแสดงทั้งหมด 4 รุ่น ได้แก่ IM L6 รถยนต์ซีดานไฟฟ้า และ IM L7 รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม รวมถึงสปอร์ตคูเป้ไฟฟ้าสองขนาดอย่าง IM LS6 และ LS7 โดยแบรนด์ IM จะเริ่มทำการจำหน่ายในยุโรปภายในปี ค.ศ. 2025 นี้ รถ IM ทุกรุ่นได้ถูกพัฒนาด้วยเทคโนโลยีระดับสูงทั้งในระบบการขับเคลื่อนรวมถึงระบบความปลอดภัยและระบบอัจฉริยะภายในห้องโดยสาร ประกอบกับแบตเตอรี่ที่มีแผนจะพัฒนาให้เป็น Solid State Battery สามารถให้ระยะทางวิ่งไกลสูงสุดถึง 800 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน WLTP) พร้อมเทคโนโลยีการชาร์จที่รองรับความเร็วสูงสุดโดยใช้ระยะเวลาเพียง 15 นาทีสามารถวิ่งได้ไกลถึง 500 กิโลเมตร

วิเคราะห์ เจาะลึก ทุกข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา กับผม นิธิ ท้วมประถม
ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสาร ข่าวรถยนต์ รถใหม่ สกู๊ปพิเศษ ลองขับ อย่าลืมติดตามเรา ช่องยูทูป – auto lifethailand tv

ติดต่อโฆษณา

Project Manager (คุณแอม)
โทร. 089 533 5115

Email : autolifethailand@gmail.com

หรือ Inbox ได้ทาง Facebook Fanpage https://www.facebook.com/autolifethailand.tv

รีวิวรถยนต์ ข่าวแบรนด์รถยนต์ ไลฟ์สไตล์ รถใหม่

Sirote Petchjamroensuk
Sirote Petchjamroensuk
The Old Writer Never Die. Content is The King. I Believe I Can Fly. Higher & Higher!
- Advertisement -spot_img
Slide 2
Slide 2
previous arrow
next arrow

Stay Connected

330,000FansLike
6,955FollowersFollow
153,000FollowersFollow
319FollowersFollow
994,000SubscribersSubscribe
- Advertisement -spot_img

Must Read

Related News