slide 1
slide 1
Image Slide 2
Image Slide 2
previous arrowprevious arrow
next arrownext arrow
Homeข่าวสารEVAT จับตาสิ้นสุด EV 3.5 ในปี'70 อาจมีค่ายรถเก็บกระเป๋ากลับบ้าน!

EVAT จับตาสิ้นสุด EV 3.5 ในปี’70 อาจมีค่ายรถเก็บกระเป๋ากลับบ้าน!

นายสุโรจน์ แสงสนิท นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) เปิดเผยภายหลังการลงนามของ 10 สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในการยื่น 8 ข้อเสนอต่อรัฐบาลเพื่อเร่งรัดให้ออกมาตรการปกป้องผู้ประกอบการไทย ว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอยู่ในภาวะวิกฤตการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมโดยบริษัทผู้ผลิตรถยนต์เริ่มปรับกลยุทธ์เป็นการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าสำเร็จรูป (CBU) จากประเทศจีน โดยใช้สิทธิประโยชน์ด้านภาษี 0% แทนการผลิตในประเทศไทย

นอกจากนี้ ผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยสูญเสียคำสั่งซื้ออย่างรุนแรงและเสี่ยงต่อการล่มสลายของห่วงโซ่อุปทาน ประกอบกับข้อกังวลของเมื่อมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV 3.5) ที่จะสิ้นสุดลงในปี 2570 ที่จะไม่มีภาระผูกพันในการผลิตชดเชยในประเทศและไม่มีเงินอุดหนุนจากภาครัฐจึงมีโอกาสที่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์จะนำเข้ารถยนต์จากจีนด้วยอัตราภาษี 0% แทนการผลิตในประเทศ

ทั้งนี้ 10 สมาคมและสมาพันธ์ จึงได้นำเสนอมาตรการฉุกเฉิน 8 ข้อต่อรัฐบาลเพื่อรักษาเสถียรภาพอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนที่เป็นเสาหลักของเศรษฐกิจซึ่งมีอัตราผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) คิดเป็นสัดส่วนราว 10% ของประเทศไทย อ่านรายละเอียด 8 ข้อเสนอทั้งหมดได้ที่นี่ : 10 สมาคมอุตฯ ยานยนต์ ยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาลปกป้องผู้ประกอบการไทย

สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย

ดังนั้น 10 สมาคมขอให้รัฐบาลเร่งรัดออกมาตรการที่ปกป้องผู้ประกอบการไทยอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อรักษาอธิปไตยทางเศรษฐกิจ โดยต้องการให้รัฐบาลตัดสินใจเลือกระหว่างการเป็นเพียงตลาดบริโภครถยนต์ไฟฟ้า (EV) ราคาถูก หรือการคงสถานะฐานการผลิตยานยนต์ที่มั่นคงของโลก และขอเข้าพบท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อชี้แจงรายละเอียดและหารือทางออกร่วมกันอย่างเร่งด่วนที่สุด

ขณะที่ ข้อกังวลภายหลังมาตรการ EV 3.5 ที่จะสิ้นสุดลงในปี 2570 ไม่เพียงแต่จะต้องจับตาว่าผู้ผลิตรถยนต์จะเลือกวิธีการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีนและอาจจะไม่ผลิตในประเทศไทย แต่อาจะร้ายแรงถึงขั้นการไม่ลงทุนในประเทศไทยหรือการถอนทุนจากประเทศไทย

สิ่งที่ต้องจับตาอย่างมากคือ ในปี 2570 ที่ มาตรการ EV 3.5 จะสิ้นสุดลง ไม่ใช่ผู้ประกอบการจะไม่ลงทุนเพิ่มแต่อาจจะมีการเก็บกระเป๋ากลับบ้านเลยก็เป็นได้ ซึ่งเมื่อถึงวันนั้นประเทศไทยจะไม่ได้อะไรเลย

นายสุโรจน์ กล่าวว่า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นการซื้อเวลาให้ผู้ประกอบการในประเทศไทยปรับตัวเพื่อหาทางรอดโดยหวังว่าภาครัฐจะช่วยสนับสนุนส่งเสริมการปรับตัวให้กับผู้ประกอบการรวมถึงการหาตลาดใหม่ทั้งในอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องหรือตลาดต่างประเทศ ซึ่งยืนยันว่าผู้ประกอบการไทยมีศักยภาพด้านการผลิตแต่ยังขาดโอกาสและการสนับสนุนจากภาครัฐ

นอกจากนั้น การกำหนดสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนในประเทศและความเข้มงวดในการตรวจสอบจะเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันให้เกิดการลงทุนในประเทศไทย และจะเกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม การเพิ่มส่วนต่างของภาษีสรรพสามิตระหว่าง รถที่ผลิตในประเทศ และ รถที่นำเข้า โดยการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตให้มีส่วนต่างเป็น 30% ถือเป็นสัดส่วนที่เหมาะสม จากปัจจุบันมรอัตราส่วนต่างเพียง 8% เท่านั้น จึงไม่เกิดการจูงใจด้านการลงทุน นอกจากนั้นยังเป็นเหตุผลด้านการลดความเหลลื่อมล้ำจากข้อได้เปรียบของส่วนต่างดังกล่าวอีกด้วย

สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย

นายสุโรจน์ กล่าวว่า ข้อเสนอนี้ไม่ได้มีเจตนาจะปิดกั้นรถรถยนต์ไฟฟ้านำเข้าซึ่งทำให้ราคารถยนต์ไฟฟ้าสูงขึ้นโดยไม่จำเป็นหรือทำให้ผู้บริโภคเสียประโยชน์แต่ต้องการให้ภาครัฐออกแบบมาตรการที่ทำให้การแข่งขันในตลาดเป็นธรรมมากขึ้นระหว่างบริษัทที่ลงทุนจริงผลิตจริงใช้ชิ้นส่วนในประเทศและสร้างห่วงโซ่อุปทานในไทยกับบริษัทที่เน้นการนำเข้ารถสำเร็จรูปเข้ามาจำหน่ายโดยไม่ได้สร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศอย่างชัดเจนเพื่อป้องกันไม่ให้อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนไทยซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักในช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้ารวมถึงเพื่อให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเติบโตอย่างยั่งยืนซึ่งมาตรการเหล่านี้ไม่ใช่การกีดกันการค้าเสรีแต่เป็นการรักษาสมดุลและปกป้องอธิปไตยทางเศรษฐกิจของชาติเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

นายสมพล ธนาดำรงศักดิ์ นายกสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ผลิตชิ้นส่วนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ ผู้ประกอบการ Tier 3 ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนขนาดเล็ก ซึ่งคำสั่งซื้อ (Order) หายไปแล้วกว่า 30% โดยหากผู้ประกอบการในธุรกิจขนาดนี้จะปรับตัวได้จะต้องได้รับการส่งเสริมสนับสนุนจากภาครัฐ หรือต้องเป็นผู้รับจ้างผลิตต่อจากผู้ประกอบการขนาดใหญ่ Tier 1 – Tier 2 ที่สามารถปรับตัวได้ไวกว่าและหาตลาดอื่น

ด้านการปรับตัวของผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศไทยยอมรับว่าบางผู้ประกอบการที่ผลิตชิ้นส่วนเฉพาะทางสำหรับรถยนต์สันดาปภายในอาจจะต้องปรับตัวไปผลิตอย่างอื่น แต่ก็ยังมีอีกหลายรายที่สามารถปรับไปเป็นการผลิตชิ้นส่วนร่วม (Common Parts) อาทิ ตัวถัง, แขสซีส์, พ่นสี เป็นต้น ซึ่งจะต้องได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐโดยเริ่มต้นจากการกำหนดการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ

 

- Advertisement -spot_img
Mitsubishi Mega Deal
Mitsubishi Mega Deal
ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แบล็ก เอดิชัน
ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แบล็ก เอดิชัน
previous arrow
next arrow
- Advertisement -spot_img

Stay Connected

500,000FansLike
14,000FollowersFollow
203,000FollowersFollow
319FollowersFollow
114,000SubscribersSubscribe

Must Read

Related News