นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ยอดผลิตรถยนต์ ของประเทศไทยในเดือน กรกฎาคม 2568 มีปริมาณการผลิตอยู่ที่ 110,616 คัน ลดลง 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งผลิตลดลงค่อนข้างมากโดยเฉพาะรถยนต์นั่งที่ใช้น้ำมันซึ่งลดลง 31.80% จากการเลิกผลิตรถยนต์นั่งเพื่อส่งออกบางรุ่น ส่วนรถกระบะยังคงผลิตลดลงทั้งผลิตขายในประเทศและผลิตส่งออกที่ลดลง 6.54% และ 8.61% ตามลำดับตามยอดขายในประเทศและยอดส่งออกที่ลดลงจากความไม่แน่นอนในการค้าโลก
ทั้งนี้ ปริมาณการผลิตรถยนต์นั่งเดือนกรกฎาคม 2568 มีปริมาณอยู่ที่ 38,400 คัน ลดลง 16.61% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยแบ่งเป็น
- รถยนต์นั่งเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) อยู่ที่ 21,996 คัน ลดลง 31.80% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า
- รถยนต์นั่งพลังงานไฟฟ้า 100% (BEV) อยู่ที่ 3,610 คัน เพิ่มขึ้น 553.99% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า
- รถยนต์นั่งปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) อยู่ที่ 420 คัน เพิ่มขึ้น 12.90% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า
- รถยนต์นั่งไฮบริด (HEV) อยู่ที่ 12,374 คัน ลดลง 3.86% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า
ขณะที่ รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนกรกฎาคม 2568 มีปริมาณอยู่ที่ 71,471 คัน ลดลง 8.18% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า
สำหรับการผลิตเพื่อการส่งออกเดือนกรกฎาคม 2568 มีปริมาณอยู่ที่ 74,100 คัน หรือคิดเป็น 66.99% ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลง 15.35% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า แบ่งเป็น รถยนต์นั่ง อยู่ที่ 7,823 คัน ลดลง 31.34% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า และ รถกระบะขนาด 1 ตัน อยู่ที่ 56,277 คัน ลดลง 8.61% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ยอดขายรถยนต์ ก.ค. โต 5.8% จากรถไฟฟ้าราคาเข้าถึงได้มากกว่ารถน้ำมัน
ส่วนการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ เดือนกรกฎาคม 2568 ผลิตได้ 36,516 คัน หรือคิดเป็น 33.01% ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลง 2.08% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า แบ่งเป็น รถยนต์นั่ง อยู่ที่ 20,577 คัน เพิ่มขึ้น 2.43% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า และ รถกระบะขนาด 1 ตัน อยู่ที่ 15,194 คัน ลดลง 6.54% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ยอดผลิตรถยนต์ สะสมตั้งแต่ มกราคม – กรกฎาคม 2568 มีปริมาณการผลิตอยู่ที่ 835,331 คัน ลดลง 5.73 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
ทั้งนี้ ปริมาณการผลิตรถยนต์นั่งสะสมตั้งแต่ ตั้งแต่เดือนมกราคม – กรกฎาคม 2568 มีปริมาณอยู่ที่ 303,068 คัน หรือคิดเป็น 36.28% ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลง 7.96% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยแบ่งเป็น
- รถยนต์นั่งเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) อยู่ที่ 140,726 คัน ลดลง 32.85% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
- รถยนต์นั่งพลังงานไฟฟ้า 100% (BEV) อยู่ที่ 27,408 คัน เพิ่มขึ้น 397.87% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
- รถยนต์นั่งปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) อยู่ที่ 10,357 คัน เพิ่มขึ้น 190.85% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
- รถยนต์นั่งไฮบริด (HEV) อยู่ที่ 124,577 คัน ลดลง 12.69% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
รถกระบะขนาดขนาด 1 ตัน ผลิตสะสมตั้งแต่ เดือนมกราคม – กรกฎาคม 2568 อยู่ที่ 527,149 คัน หรือคิดเป็น 63.11% ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลง 3.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
สำหรับการผลิตเพื่อการส่งออกสะสมตั้งแต่ เดือนมกราคม – กรกฎาคม 2568 อยู่ที่ 549,113 คัน หรือคิดเป็น 65.74% ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลง 9.05% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แบ่งเป็น รถยนต์นั่ง อยู่ที่ 115,393 คัน หรือคิดเป็น 38.07% ของยอดผลิตรถยนต์นั่ง ลดลง 34.98% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และ รถกระบะขนาด 1 ตัน อยู่ที่ 433,720 คัน หรือคิดเป็น 82.28% ของยอดการผลิต รถกระบะขนาด 1 ตัน เพิ่มขึ้น 1.75% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
ส่วนผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศสะสมตั้งแต่ เดือนมกราคม – กรกฎาคม 2568 อยู่ที่ 286,218 คัน หรือคิดเป็น 34.26% ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้น 1.37% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แบ่งเป็น รถยนต์นั่ง อยู่ที่ 187,675 คัน หรือคิดเป็น 61.93% ของยอดการผลิตรถยนต์นั่ง เพิ่มขึ้น 23.63% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และ รถกระบะขนาด 1 ตัน อยู่ที่ 93,429 คัน หรือคิดเป็น 17.72% ของยอดการผลิตรถกระบะ ลดลง 21.04% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า