slide 1
slide 1
Image Slide 2
Image Slide 2
previous arrowprevious arrow
next arrownext arrow
Homeสกู๊ปพิเศษรายงานพิเศษTESTA ชงแผนรีไซเคิลแบตเตอรี่-Battery Passport เข้าบอร์ดอีวี 7 ก.ย. นี้

TESTA ชงแผนรีไซเคิลแบตเตอรี่-Battery Passport เข้าบอร์ดอีวี 7 ก.ย. นี้

หัวใจสำคัญของรถยนต์ไฟฟ้านั้นปฏิเสธไม่ได้ว่าแบตเตอรี่เป็นแหล่งพลังงานที่ใช้ขับเคลื่อนซึ่งเป็นสิ่งที่มีมูลค่าสูงสุดเมื่อเทียบกับชิ้นส่วนต่าง ๆ ภายในรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) รวมถึงรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) โดยปัจจุบันการพูดถึงในหลายประเด็นถึงชิ้นส่วนสำคัญชิ้นนี้ในประเทศไทย ทั้งในแง่การเก็บรวบรวมข้อมูลแบตเตอรี่เพื่อจัดทำ แบตเตอรี่ พาสปอร์ต (Battery Passport) หรือ บัตรประจำตัวแบตเตอรี่ (Battery ID) รวมถึงการก่อตั้งโรงงานรีไซเคิลแบตเตอรี่ และศักยภาพของผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ประเทศไทยในเวทีโลก

Autolifethailand ร่วมสัมภาษณ์พิเศษ “ดร.พิมพา ลิ้มทองกุล” นายกสมาคมเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานไทย (TESTA) ซึ่งเล่าให้ฟังว่า รัฐบาลของประเทศไทยถือเป็นรัฐบาลแรกในแถบภูมิภาคอาเซียนในการสนับสนุนด้านการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าซึ่งทำให้ประเทศไทยประสบความสำเร็จในเวลาที่ถูกต้องในเวลานั้น ทำให้ประเทศไทยถูกจับตามองในฐานะผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า เพราะเป้าหมาย 30@30 ที่มีเป้าหมายการใช้งานและกาผลิต โดยประเทศไทยจะไม่สามารถเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) ของยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคได้ หากไม่มีตลาด (มาร็เก็ต)

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : 2 สมาคมรถยนต์ ยื่นหนังสือทบทวนขึ้นภาษี ‘รถยนต์ไฟฟ้า’ ขอปรับตัว 1 ปีแบบขั้นบันได

ทั้งนี้ การสร้างตลาดและความต้องการให้เกิดขึ้นใประเทศไทยทำให้สามารถดึงดูดนักลงทุนได้จึงเป็นที่มีของนโยบายการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า EV3.0 และ EV3.5 เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านจากฐานการผลิตรถยนต์สันดาปภายใน (ICE) ไปสู่ รถยนต์ไฟฟ้า

Battery Passport

สำหรับ ระบบห่วงโซ่อุปทาน (ซัพพลายเชนจ์) ในประเทศไทย ในช่วงการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าถือได้ว่ามีการพูดคุยกันด้านการปรับตัวระหว่าง ผู้ประกอบการ กับ ภาครัฐ รวมถึง สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) โดยที่ผ่านมาผู้ประกอบการในประเทศไทยมีความสามารถในการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ปกติทั่วไปมานาน แต่ที่ผู้ประกอบการในประเทศไทยไม่เคยได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีและในยุคของรถยนต์สันดาปภายใน ทั้งการผลิตเครื่องยนต์ และ ระบบส่งกำลัง เป็นเพียงแค่ทำตามคำสั่งการผลิต ดังนั้น การปรับตัวของผู้ประกอบการต้องมีการปรับเปลี่ยนไปสู่การผลิต มอเตอร์ขับเคลื่อน และ แบตเตอรี่ แทน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : 10 สมาคมอุตฯ ยานยนต์ ยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาลปกป้องผู้ประกอบการไทย

ด้านมาตรการส่งเสริมจากภาครัฐเบื้องต้นจะต้องสนับสนุนให้ผู้ประกอบการในระบบซัพพลายเชนจ์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไปสู่การประกอบแบตเตอรี่แพ็ค (Packing System) อย่างน้อยเพื่อให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในทางเลือกที่มีความสามารถทางการประกอบแบตเตอรี่ เพราะไม่ว่าประเทศใดในโลกก็ไม่สามารถแข่งขันได้กับจีน แต่ประเทศไทยจะต้องเป็นหนึ่งในห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ซึ่งจะต้องวางกลยุทธ์ของประเทศให้เป็นตลาดที่ใกล้ชิดกับลูกค้าผู้ใช้งานและเป็นมิตรต่อทุกประเทศ

ขณะที่ ข้อเสียเปรียบของประเทศไทยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นคือ รัฐบาลไม่เป็นผู้ซื้อหลักของนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีของประเทศไทย ซึ่งหากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ รัฐบาลจะเป็นผู้ซื้อหลักเพื่อสนับสนุนส่งเสริมและทดลองเทคโนโลยี หรืออาจจะต้องทำเป็นโปรเจกต์แซนบ็อกซ์

การกำหนดชิ้นส่วนใด ๆ ที่เป็นชิ้นส่วนสำคัญจะต้องสอดคล้องกับศักยภาพการผลิตของผู้ประกอบการในประเทศ ซึ่งอาจจะมีการปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม

Battery Passport

ส่วนการตัดสินใจของผู้ผลิตรถยนต์ในอุตสาหกรรมว่าจะใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) หรือไม่นั้น จะขึ้นอยู่กับตลาดว่าจะมีความคุ้มค่าด้านการลงทุนเพียงพอหรือไม่ เนื่องจากยานยนต์ไฟฟ้าถือเป็นเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งการเปลี่ยนผ่านด้านการเข้าสู่ระบบซัพพลายเชนจ์อาจจะมีความช้าของผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศไทย และผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่ก็อาจจะยังผลิตไม่ได้ตามมาตรฐานที่ผู้ผลิตรถยนต์ต้องการ ดังนั้นผู้ผลิตรถยนต์จึงเลือกวิธีการนำเข้าแทน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : 10 สมาคมฯ ยานยนต์ อัปเดตข้อเสนอต่อรัฐ เสนอแผนยุทธศาสตร์ 3 เฟส

นอกจากนั้น เมื่อผู้ประกอบการในประเทศมีความสามารถด้านการประกอบแบตเตอรี่ในประเทศได้แล้วนั้น รัฐบาลอาจจะต้องกำหนดเงื่อนไขการนำเข้าชิ้นส่วนจำเป็นเพื่อมาประกอบในประเทศเพื่อให้เกิดซัพพลายเชนจ์ในประเทศไทยและสร้างรายได้เข้าประเทศ ขณะเดียวกัน ภาครัฐควรสนับสนุนให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยด้วยการผลักดันให้เกิดการใช้งานเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าใน รถบรรทุก, รถขนส่งและรถโดยสารขนาดใหญ่

ดร.พิมพา กล่าวว่า ในวันที่ 7 กันยายน 2569 นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน ซึ่งในที่ประชุมจะมีการหารือในการรีไซเคิลแบตเตอรี่และการกำจัดซากแบตเตอรี่ โดยที่ผ่านมาได้มีการศึกษาและพูดคุยกันในเรื่องดังกล่าวแล้วหลายครั้งแต่ยังไม่ได้ข้อสรุป เนื่องจากยังไม่มีการจัดการประชุมบอร์ดอีวีขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

Battery Passport

สำหรับการศึกษาได้มีการทำงานร่วมกันของหลายภาคส่วนได้แก่ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI), สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม, กระทรวงพลังงาน, กระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) นายกสมาคมเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานไทย (TESTA), ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC), กรมขนส่งทางบก และ สถาบันยานยนต์

ทั้งนี้ การคาดการณ์ปริมาณขยะแบตเตอรี่ภายในปี 2570 จะมีปริมาณอยู่ที่ราว 10,000 ตัน ซึ่งมีความคุ้มค่าในการลงทุนที่เพียงพอสำหรับการก่อตั้งโรงงานรีไซเคิลแบตเตอรี่ในประเทศไทย ซึ่งเป็นปัญหาที่จะต้องจัดการโดยจะต้องมีการก่อตั้งล่วงหน้าและที่สำคัญคือจะต้องเกิดขึ้นแล้วเพื่อจัดการปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ขณะเดียวกัน สมาคมฯ จะนำเสนอเพื่อให้ บอร์ดอีวี เป็นผู้กำหนดบทบาทโครงสร้างและมอบหมายให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบแต่ละภาคส่วนในการกำจัดซากแบตเตอรี่ได้อย่างถูกต้อง โดยจะต้องเริ่มจากการเก็บข้อมูลและจัดทำ แบตเตอรี่ พาสปอร์ต (Battery Passport) หรือ บัตรประจำตัวแบตเตอรี่ (Battery ID) เพื่อระบุข้อมูลต่าง ๆ อาทิ บริษัทผู้ผลิต, ชนิดของแบตเตอรี่, สัดส่วนของวัตถุดิบ, แร่ และ สารเคมี รวมถึงการกำหนดกฎหมายการกำจัดซากแบตเตอรี่ในประเทศไทย

Battery Passport

เนื่องจาก ข้อมูลต่าง ๆ ของแบตเตอรี่จะระบุมูลค่าของแบตเตอรี่ที่จะนำไปรีไซเคิล โดยขยะเหล่านี้ถือเป็นสิ่งที่มีมูลค่าหากมีการจัดการที่ถูกต้อง แต่ในทางกลับกันหากแบตเตอรี่ที่อยู่ในรถยนต์ไฟฟ้าถูกมองว่าเป็นขยะไร้มูลค่าแล้วเกิดการจอดทิ้งไว้ข้างถนนจะเกิดปัญหาอันตรายและมีความเสี่ยงในการเกิดขยะสารพิษหรืออาจจะเกิดการระเบิดหากมีการทิ้งรถแบบผิดวิธี ดังนั้นจึงต้องมีกฎหมายและผู้รับผิดชอบ (เจ้าภาพ) ในการจัดการ

อยากให้รัฐบาลมองการตั้งโรงงานรีไซเคิลแบตเตอรี่เป็นโอกาสที่ประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางการรีไซเคิลแบตเตอรี่ของภูมิภาคอาเซียน (Recycling Battery Hub) เพราะปัจจุบันเรามีความต้องการและปริมาณซากแบตเตอรี่ที่เพียงพอซึ่งจะต้องจัดการให้ถูกต้อง

ขณะที่ บอร์ดอีวี จะสามารถเป็นผู้ตัดสินใจว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ และจะใช้เงินงบประมาณการลงทุนใด หรือจะเป็นการเปิดให้ผู้สนใจลงทุน เนื่องจากการก่อตั้งโรงงานรีไซเคิลจะต้องมีองค์ประกอบต่าง ๆ อาทิ ข้อมูลของแบตเตอรี่ (Data), แบตเตอรี่ที่จะนำมากำจัด (Material) และ ระบบการเงิน (Financial) อย่างเป็นระบบ ซึ่งลำดับแรกสุดคือการผลักดันให้เกิดกฎหมายบังคับใช้

อย่างไรก็ตาม เรื่องการก่อตั้งโรงงานรีไซเคิลแบตเตอรี่ และ การจัดทำแบตเตอรี่ พาสปอร์ต (Battery Passport) หรือ บัตรประจำตัวแบตเตอรี่ (Battery ID) เป็นเรื่องเดียวกัน ซึ่งหน่วยงานที่เก็บข้อมูลได้ดีที่สุดคือ กรมขนส่งทางบก ที่ปัจจุบันมีการเก็บข้อมูลของ มอเตอร์รถยนต์ไฟฟ้า อยู่แล้ว หากมีการจัดเก็บข้อมูลของแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า เพิ่มขึ้น จะทำให้ข้อมูลครบถ้วนสมบูรณ์

Battery Passport

- Advertisement -spot_img
Mitsubishi Mega Deal
Mitsubishi Mega Deal
ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แบล็ก เอดิชัน
ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แบล็ก เอดิชัน
previous arrow
next arrow
- Advertisement -spot_img

Stay Connected

500,000FansLike
14,000FollowersFollow
203,000FollowersFollow
319FollowersFollow
114,000SubscribersSubscribe

Must Read

Related News