slide 1
slide 1
Image Slide 2
Image Slide 2
previous arrowprevious arrow
next arrownext arrow
Homeสกู๊ปพิเศษASAP ประกาศทรานซ์ฟอร์มธุรกิจ ตั้งเป้ารายได้ 3 ปี 20,000 ล้านบาท

ASAP ประกาศทรานซ์ฟอร์มธุรกิจ ตั้งเป้ารายได้ 3 ปี 20,000 ล้านบาท

ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ หรือ เอแซ็ป (ASAP) บริษัทที่อยู่ในธุรกิจผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ (ดีลเลอร์) มานานกว่า 30 ปี และกว่า 20 ปีในธุรกิจรถเช่า แบรนด์ ASAP โดยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีรายได้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องจากราว 3,500 ล้านบาท สู่ 8,648 ล้านบาท ในปี 2568 ที่ผ่านมา

การขยายตัวอย่างก้าวกระโดดดังกล่าวมีสัดส่วนหลักมาจาก กลุ่มธุรกิจใหม่ (New Business) สัดส่วนถึง 74% ของรายได้รวม ดังนั้นเองส่งผลให้บริษัททรานฟอร์มธุรกิจจากธุรกิจรถเช่าไปสู่ธุรกิจยานยนต์และนวัตกรรมครบวงจร

นายทรงวิทย์ ฐิติปุญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันรูปแบบการดำเนินธุรกิจของบริษัทเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ไม่เพียงแค่การให้บริการในธุรกิจรถเช่าเท่านั้น ดังนั้นนับตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป บริษัทจะเดินหน้าสู่การเติบโตระยะใหม่ ซึ่งในปี 2569 นี้ บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 70% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 8,648 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทจะมีรายได้รวมในปีนี้อยู่ที่ราว 14,000 ล้านบาท

ASAP

ทั้งนี้ ไตรมาส 1/2569 บริษัทได้รายงานข้อมูลตาอตลาดหลักหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ไว้ว่าบริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 2,400 ล้านบาท ซึ่งโดยปกติในไตรมาสแรกจะไม่ใช่ไตรมาสที่ดีที่สุดของธุรกิจ และมองว่าในไตรมาส 2/2569 จะมีปัจจัยบวกและลบที่ส่งผลต่อธุรกิจได้แก่ การชะลอตัวทางเศรษฐกิจจากผลกระทบของสงครามการสู้รบในตะวันออกกลางและวิกฤตพลังงาน ส่วนในทางบวกส่งผลดีต่อความต้องการรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของผู้บริโภค รวมถึงการแนะนำธุรกิจใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อเชื่อมโยงรายได้และโอกาสทางธุรกิจของบริษัทในเครือเข้าไว้ด้วยกัน

“ปี 2569 นี้ ถือเป็นปีที่ท้าทายสำหรับบริษัทอีกปี เนื่องจากบริษัทตั้งเป้าเติบโต 70% โดยเชื่อว่าปีนี้รายได้จะเติบโตทะลุ 1 หมื่นล้านบาท”

ขณะที่ แผนการลงทุนของบริษัทในปีนี้ บริษัทคาดว่าจะใช้เงินลงทุนมูลค่ารวมมากว่า 1,000 ล้านบาท ในด้านสต็อกรถยนต์ รวมถึงการขยายฟลีทรถเช่าและการขยายโชว์รูมและจุดให้บริการรถเช่า เป็นต้น

ASAP

ด้านธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์ไฟฟ้า ธุรกิจเรือธงใหม่ที่สำคัญของ ASAP นั่นคือ บริษัท อีเทอนิตี้ แอทวัน จำกัด โดยได้รับสิทธิ์เป็นผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ (ดิสทริบิวเตอร์) ของ ฉางอัน (CHANGAN) ได้แก่ Deepal, Lumin, Nevo และ AVATR ซึ่งล่าสุดบริษัทได้วางแผนร่วมกับ ฉางอัน ในการทำธุรกิจรถยนต์มือสองเพื่อสร้างระบบนิเวศของแบรนด์ให้ครบถ้วน โดยได้มีการพูดคุยกับสถาบันการเงิน (ไฟแนนซ์) และรูปแบบการรับประกันแบตเตอรี่เมื่อรถเข้าสู่ตลาดรถมือสอง

ในปี 2569 บริษัทตั้งเป้ายอดขาย ฉางอัน อยู่ที่ 14,500 คัน หรือเติบโตขึ้น 79% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า จากเป้าหมายรวมของ ฉางอัน ปี 2569 ที่ตั้งไว้อยู่ที่ 30,000 คัน รวมถึงบริษัทมีแผนขยายเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายจาก 36 แห่ง เป็น 60 แห่ง เพื่อเพิ่มพื้นที่ให้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคทั่วประเทศ

ส่วนเป้ายอดขาย AVATR ในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าไว้อยู่ที่ 1,200 คัน และมีแผนขยายโชว์รูมในต่างจังหวัดเพิ่ม 4 แห่ง ได้แก่ ขอนแก่น, ชลบุรี ภายในปีนี้ และ พิษณุโลก, นครปฐม ภายในปี 2570

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ASAP คว้าสิทธิ์ขายรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์แบรนด์ ‘Maxus’ ในไทย

ASAP
นายศักดิธัช จันทรเสรีกุล รองประธานกรรมการ บริษัท อีแวนเต้ จำกัด

นอกจากนั้น บริษัทได้จัดตั้งบริษัทใหม่ในเครือภายใต้ชื่อ บริษัท อีแวนเต้ จำกัด ภายหลังได้รับสิทธิ์การจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แบรด์ แม็กซัส (MAXUS) อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย โดยตั้งเป้ายอดขายในปี 2569 ไว้ที่ 300 คัน และจะขยายสู่ 1,500 คัน ภายในปี 2570 และ 2,200 คัน ในปี 2571 รวมถึงแผนการขยายศูนย์จำหน่ายและบริการจำนวน 12 แห่ง ภายในปี 2570

นายทรงวิทย์ กล่าวว่า ธุรกิจรถเช่า ASAP ในปี 2568 ที่ผ่านมา มีฟลีทรวมจำนวน 9,022 คัน แบ่งเป็น รถยนต์สันดาปภายใน (ICE) สัดส่วน 85% และ รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) สัดส่วน 15% และในปี 2569 มีเป้าหมายการจัดซื้อฟลีทรถใหม่จำนวน 2,000 คัน ซึ่งเป็น รถยนต์สันดาปภายใน (ICE) สัดส่วน 70% และ รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) สัดส่วน 30% โดยบริษัทได้ปรับสัดส่วนรถเช่าระหว่าง ลูกค้าองค์กร กับ ลูกค้ารายย่อย เป็น 50% : 50% ซึ่งจะส่งผลให้รายได้เติบโตจากอัตราค่าเช่ารถยนต์ไฟฟ้าที่ดีกว่าเมื่อเทียบกับรถยนต์สันดาปภายใน พร้อมการปรับสัดส่วนการจองตรงผ่านเว็ปไซต์ของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 55% เมื่อเทียบกับช่องทางอื่น ๆ ที่อยู่ที่ 45% จากการเปิดตัวเวอร์ชั่นใหม่ของเว็ปไซต์ที่มีการปรับปรุงที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือน มิถุนายน นี้

ขณะเดียวกัน ธุรกิจรถยนต์มือสองภายใต้แบรนด์ Casap บริษัทได้มีการปรับสัดส่วนการขายแบบประมูลลดลงจาก 40% ในปี 2566 ลดลงเหลือ 9% ในปี 2569 โดยปรับไปสู่การขายปลีกโดยชูจุดเด่นในการตรวจเช็กประวัติย้อนหลังได้ทุกคันซึ่งส่งผลให้ช่วยยกระดับกำไรขั้นต้นให้สูงขึ้นจากการขายปลีก

ASAP
นางสาว พิชชาภัสร์ ฐิติปุญญา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด (มหาชน)

สำหรับ ธุรกิจประกันภัย ASAP Protect ถือเป็นธุรกิจที่มีสัดส่วนกว่า 95% ของเบี้ยประกันภัยมาจากรถในกลุ่มบริษัททั้งรถใหม่และรถเช่า ซึ่งสามารถรักษาระดับการเติบโตได้จากฐานลูกค้าต่ออายุประกันที่เติบโตต่อเนื่องทุกปี รวมถึงรถยนต์ใหม่ของกลุ่มบริษัทที่สามารถจำหน่ายได้เติบโตขึ้นต่อเนื่อง และในปีนี้คือรถในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังต่ออายุสัญญา อีกทั้งโอกาสการขยายตัวของลูกค้านอกกลุ่มบริษัทที่ยังมีโอกาสเติบโต

อย่างไรก็ตาม บริษัทมองว่ารายได้ของบริษัทใน 3 ปีจากนี้คาดว่ามีโอกาสจะไปถึง 20,000 ล้านบาท จากการเติบโตของบริษัทในเครือได้แก่ ธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์, ธุรกิจรถมือสอง และ ธุรกิจประกันภัยรถยนต์ ที่จะมีการขยายฐานธุรกิจเพิ่มขึ้น รวมถึงธุรกิจใหม่ที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ อาทิ สถานีชาร์จไฟฟ้า, สินเชื่อรถยนต์ไฟฟ้าและสินเชื่อรถยนต์ไฟฟ้ามือสอง ในอนาคต

- Advertisement -spot_img
Mitsubishi Mega Deal
Mitsubishi Mega Deal
ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แบล็ก เอดิชัน
ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แบล็ก เอดิชัน
previous arrow
next arrow
- Advertisement -spot_img

Stay Connected

500,000FansLike
14,000FollowersFollow
203,000FollowersFollow
319FollowersFollow
114,000SubscribersSubscribe

Must Read

Related News