วันที่ 21 พฤษาภาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้เรียก บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด (VOLVO) เข้าชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ Volvo EX30 รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% โดย นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) มอบหมายให้ นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมติดตามความคืบหน้า โดยมีกลุ่มผู้ใช้งานรถยนต์รุ่นดังกล่าวเข้าร่วมด้วย
นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้หารือมาตรการเยียวยาผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบสำหรับผู้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้ายี่ห้อ Volvo รุ่น EX30 โดยกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ตามข่าวจำนวน 2 กรณี ในช่วงที่ผ่านมา
ทั้งนี้ บริษัทได้ดำเนินการเจรจาเปลี่ยนรถยนต์คันใหม่และชดใช้ค่าเสียหายให้ ซึ่งมีทั้งที่เจรจาเสร็จแล้วและอยู่ระหว่างการเจรจา ส่วนกรณีรถคันอื่นบริษัทจะดำเนินการเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่มีข้อบกพร่อง โดยเปลี่ยนทั้งชุดประมาณ 90% และเปลี่ยนเฉพาะโมดูลประมาณ 10% ซึ่งบริษัทยืนยันว่าแบตเตอรี่ที่ใช้ทดแทนได้ผ่านการปรับปรุงและทดสอบมาตรฐานความปลอดภัยจากหน่วยงานต่างประเทศแล้ว
สำหรับ ช่วงระหว่างรอการแก้ไขบริษัทขอความร่วมมือผู้ใช้งานชาร์จแบตเตอรี่ไม่เกิน 70% พร้อมมอบคูปองชาร์จไฟฟ้ามูลค่า 8,500 บาท และจัดบริการรถยนต์สำรองสำหรับผู้ที่ไม่สะดวกใช้งานรถยนต์คันเดิม ทั้งนี้ แบตเตอรี่ล็อตแรกจำนวน 800 ชุด มาถึงประเทศไทยแล้วเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา และเริ่มดำเนินการเปลี่ยนตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคมนี้ โดยมีศูนย์บริการและช่างผู้เชี่ยวชาญ 15 แห่ง รองรับการเปลี่ยนได้ประมาณวันละ 22 คัน คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 อย่างไรก็ตาม บริษัทยังไม่มีนโยบายรับซื้อคืน ส่วนการขอเปลี่ยนรถยนต์ บริษัทขอนำไปหารือกับบริษัทแม่ก่อน
อย่างไรก็ตาม เสียงสะท้อนส่วนใหญ่ของผู้บริโภคยังไม่พอใจในมาตรการเยียวยา มองว่าการที่ตัดสินใจซื้อ เพราะเชื่อมั่นในมาตรฐานความปลอดภัย แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นในหลายกรณี ก็เริ่มไม่มั้นใจต่อความปลอดภัยและมาตรฐาน โดยผู้บริโภคบางส่วนมีความประสงค์อยากส่งคืนรถจึงมีข้อเสนอให้บริษัทรับซื้อคืน ทั้งนี้ ในส่วนของคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคจะพิจารณามีมติให้ฟ้องทางแพ่งเรียกค่าเสียหายทั้งหมดให้แก่ผู้บริโภค
ขณะที่ นายกรัฐมนตรีได้กำชับมาว่าเราจะต้องดูแลผู้บริโภคให้ครอบคลุมทุกมิติ ตนจึงได้ให้ข้อสังเกตเพิ่มเติม คือ ต้องไม่ทิ้งในทางอาญา ที่มีประเด็นเกี่ยวข้องกับการโฆษณา ซึ่งยังไม่ได้มีการพูดถึง จึงมอบหมายให้ สคบ. ไปเร่งพิจารณา เพราะบริษัทมีการโฆษณาสร้างความเชื่อมั่นในตัวสินค้า ผู้บริโภคจึงตัดสินใจซื้อ หากเข้าองค์ประกอบคดีทางอาญา ทางบริษัทจะมีทั้งโทษทั้งจำและปรับ







