BYD Seagull หรือที่ชาวไทยรู้จักในชื่อ Atto 1 กำลังจะมีรุ่นใหม่มาเสริมทัพในชื่อ BYD Great Seagull ซึ่งเหนือกว่า Atto 1 ในทุกมิติ ทั้งขุมพลัง EV ที่ทรงพลังกว่าและขนาดตัวถังที่ใหญ่กว่าเดิมในทุกด้าน จนใกล้เคียงกับ BYD Dolphin เบื้องต้น มีข้อมูลบางส่วนรวมถึงภาพหลุดรถยนต์คันจริง จากประเทศจีนมาให้ชมกันแล้ว โดยรายละเอียดมิติตัวถังพร้อมเปรียบเทียบส่วนต่างกับ BYD Atto 1 มีดังต่อไปนี้
- ยาว :4,205 มิลลิเมตร (ยาวขึ้น 425 มิลลิเมตร)
- กว้าง :1,810 มิลลิเมตร (กว้างขึ้น 95 มิลลิเมตร)
- สูง :1,570 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ :2,650 มิลลิเมตร (ยาวขึ้น 150 มิลลิเมตร)


BYD Great Seagull คงอัตลักษณ์ดีไซน์แบบ Seagull รุ่นปัจจุบันเอาไว้ อย่างโคมไฟหน้าสามเหลี่ยมและไฟท้ายแนวนอน ที่อยู่ติดกับขอบล่างของกระจกบานหลัง แต่ไม่ได้เชื่อมต่อกันตลอดแนวอีกต่อไป มือเปิดประตูนอกเป็นแบบมือสอด กันชนหน้าหลังมีดีไซน์ที่ดูสปอร์ตมากยิ่งขึ้น ส่วนสปอยเลอร์หลังคาดูเป็นส่วนขยายต่อจากหลังคาอย่างแนบเนียน ด้านข้างตกแต่งด้วยการใช้สีดำตัดชายล่างของประตู และเสาหลังคา C-Pillar ปิดท้ายด้วยตัวถังสีใหม่อย่างสีเขียว Ink Green
ห้องโดยสารของ BYD Great Seagull แตกต่างจาก Atto 1 ไปมาก เริ่มต้นกับพวงมาลัยสองก้านทรงใหม่ท้ายตัด และดูจะหุ้มหนัง มาตรวัดไม่มีอีกต่อไป คงเหลือเพียงหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่อยู่กลางแดชบอร์ดแทน คอลโซลกลางเป็นแบบยกสูงเชื่อมต่อกับที่วางแขน ทั้งยังเป็นที่อยู่ของช่องแอร์, มีแผงปุ่มกดจริงไว้ใช้ควบคุมระบบต่างๆ, แท่นชาร์จไร้สาย และ ที่วางแก้ว ด้านการตกแต่งใช้สามสีด้วยกัน โดยมีดำและน้ำเงินเป็นสีหลัก แซมด้วยสีแดง

ขุมพลังของ BYD Great Seagull ยังเป็นระบบไฟฟ้า EV ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว กำลังสูงสุด 127 แรงม้า สูงขึ้นจาก BYD Seagull รุ่นปัจจุบัน 54 แรงม้า ความเร็วสูงสุดทำได้ 150 กิโลเมตร/ชั่วโมง มาพร้อมกับแบตเตอรี่แบบ lithium iron phosphate หรือ LFP ซึ่งมีสองขนาดให้เลือกระหว่าง 30 kWh ขับได้ไกลสุด 320 กิโลเมตร และ 39.2 kWh ขับได้ไกลสุด 420 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน CLTC
BYD Great Seagull ยังติดตั้งเซนเซอร์ LiDAR บนหลังคา จึงคาดการณ์ได้ว่าจะมีระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ God’s Eye B มาด้วย ซึ่งรองรับระบบขับขี่กึ่งอัตโนมัติบนทางหลวงและในเมือง รวมไปถึงระบบช่วยจอดอัจฉริยะภายใต้สถานการณ์ต่างๆ, ระบบจดจำป้ายจราจร และ ระบบเปลี่ยนช่องจราจรโดยอัตโนมัติ สำหรับกำหนดการเปิดตัวคาดว่าจะมีขึ้นที่ประเทศจีนในอนาคตอันใกล้ โดยวางตำแหน่งไว้เป็นอีกทางเลือกของ BYD Dolphin


ที่มา: carnewschina, autohome








