นายสาโรจน์ มะอาจเลิศ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานขายและบริการหลังการขาย บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จำกัด (Mitsubishi) เปิดเผยว่า ยอดขายรถยนต์ของบริษัทในปี 2568 ที่ผ่านมา มียอดขายอยู่ที่ 23,000 คัน ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าที่อยู่ที่ราว 27,000 คัน ซึ่งปัจจัยหลักมาจากสถานการณ์ความเข้มงวดของการอนุมัติสินเชื่อจากสถาบันการเงิน (ไฟแนนซ์) โดยเฉพาะในกลุ่มรถกระบะ
ทั้งนี้ ในปี 2569 บริษัทตั้งเป้ายอดขายไว้อยู่ที่มากกว่า 30,000 คัน ซึ่งมีแผนการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ 1 รุ่น ในกลุ่มลูกค้าไฮโปรไฟล์ และอยู่ระหว่างการเตรียมเปิดตัวรถยนต์ในกลุ่มความคุ้มค่าที่รองรับเทคโนโลยีใหม่อีก 1 รุ่น
ขณะที่ ภาพรวมตลาดรถยนต์ในประเทศไทยปี 2569 คาดว่าจะอยู่ในระดับทรงตัวหรือเติบโตเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา จากปัจจัยหลักคือสถานการณ์การทางการเมืองและการเลือกตั้ง รวมถึงการเบิกจ่ายงบประมาณในการกระตุ้นเศรษฐกิจรวมถึงความชัดเจนในมาตรการสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์
สำหรับ เทคโนโลยีไฮบริด (HEV) มีกระแสการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคของตลาดในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งมีสัดส่วนเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง หรือมีสัดส่วนอยู่ที่ราว 23% ของตลาดในปีที่ผ่านมา สูงกว่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่มีสัดส่วนราว 20%
หลังจากนี้หลังจากที่มาตรการสนับสนุนของรัฐสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่ลดลง เชื่อว่าตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจะอยู่ในระดับทรงตัวที่ราว 1 แสนคัน ในขณะที่ HEV จะเติบโตขึ้นต่อเนื่อง จากผู้บริโภคเริ่มเรียนรู้ถึงค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากค่าพลังงานไฟฟ้า และการใช้งานในระยะยาวเมื่อเปรียบเทียบกับ HEV ขณะเดียวกัน ในปีนี้ยังมุ่งเน้นการสร้างความเชื่อมั่นด้านบริการหลังการขายและความเสถียรของเทคโนโลยีไฮบริด (HEV) ที่แบรนด์ได้มีการพัฒนามาอย่างยาวนาน
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : Official Teaser : All NEW Mitsubishi PAJERO เตรียมเปิดตัวปี 2026 ฐานการผลิตในประเทศไทย !
อย่างไรก็ตาม ทิศทางการเปิดตัวเทคโนโลยีในรถยนต์ของ มิตซูบิชิ จะมุ่งเน้นไปยังเทคโนโลยี HEV ในทุกผลิตภัณฑ์ โดยในช่วง 3 ปี จากนี้จะมีการแนะนำรถยนต์เทคโนโลยี HEV ลงสู่ตลาดอย่างน้อยปีละ 1 รุ่นซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันแผนระดับโลกของบริษัท
นายสาโรจน์ กล่าวว่า ประเทศไทยถือเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดของแบรนด์นอกประเทศญี่ปุ่น ดังนั้นวิธีคิดในการทำการตลาดและการเปิดตัวผลิตภัณฑ์จะมีมุมมองการทำการตลาดในระดับโลกหรือภูมิภาค ที่ต้องมีโอกาสความเป็นไปได้ในหลาย ๆ ตลาด






