slide 1
slide 1
Image Slide 2
Image Slide 2
previous arrowprevious arrow
next arrownext arrow
Homeข่าวสารข่าวรถยนต์Mazda Thailand เตรียมเปิดตัว CX-6e รถไฟฟ้า100% ปลายปี 2026 นี้ พร้อมลงทุนเพิ่ม 5,000 ล้านบาท ขยายโรงงาน...

Mazda Thailand เตรียมเปิดตัว CX-6e รถไฟฟ้า100% ปลายปี 2026 นี้ พร้อมลงทุนเพิ่ม 5,000 ล้านบาท ขยายโรงงาน ผลิต CX-3 MHEV ในไทย

มาสด้า ประเทศไทย เตรียมเปิดตัว CX-6e รถไฟฟ้า100% ปลายปี 2026 นี้ นำเข้าจากจีน และ ผลิต All NEW Mazda CX-3 MHEV เปิดตัวปีหน้า 2027 ลงทุนเพิ่ม 5,000 ล้านบาท ขยายโรงงานในไทย ตั้งเป้าผลิต 1 แสนคันต่อปี ขายในประเทศไทย ส่งออกไปยังญี่ปุ่น และ อาเซียน

” ผมเชื่อว่า ไม่ใช่ว่าผลิตภัณฑ์ทุกอย่างจำเป็นต้องผลิตในประเทศ แต่สิ่งสำคัญคือ เราต้องช่วยกันพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศ โดยต่อยอดจากจุดแข็งที่เรามีอยู่ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน รองรับเทคโนโลยีใหม่ และ เพิ่มปริมาณการผลิตในประเทศ ให้เติบโตขึ้นอย่างยั่งยืน “

ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหาร และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย


Mazda

จากภาพ Official Teaser : All NEW Mazda CX-3 MHEV (B-SUV) จากเอกสารรายงาน ผลประกอบการทางการเงินประจำไตรมาสที่ 1 ของปีงบประมาณ 2027 (FY March 2027 First Quarter Financial Results) ของ บริษัท มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น (Mazda Motor Corporation) ประเทศญี่ปุ่น
 
คาดว่า All NEW CX-3 MHEV จะมีขนาดตัวถังที่ขยายใหญ่ขึ้น พร้อมขุมพลังใหม่ MHEV Mild Hybrid 60V ที่จะมีฐานการผลิตในประเทศไทย เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ปีหน้า 2027 ขายในไทย ส่งออกไปยังบ้านเกิดประเทศญี่ปุ่น และ ประเทศในอาเซียน ASEAN

Mazda

มาสด้า ลงทุนเพิ่ม 5,000 ล้านบาท ขยายโรงงานในไทย ตั้งเป้าผลิต 1 แสนคันต่อปี ผลิต All NEW Mazda CX-3 MHEV เปิดตัวปีหน้า 2027 ขายในประเทศไทย ส่งออกไปยังญี่ปุ่น และ อาเซียน

ปัจจุบัน กลุ่มมาสด้ามีบริษัทในประเทศไทย 4 บริษัท ครอบคลุมธุรกิจด้านการผลิตรถยนต์ เครื่องยนต์ เกียร์อัตโนมัติ ชิ้นส่วนยานยนต์ การจำหน่าย และ การตลาดระดับภูมิภาค

โดยได้จัดตั้งบริษัท ออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ Ford (ฟอร์ด) เพื่อเป็นฐานการผลิตรถยนต์สำคัญของภูมิภาค ทั้งรถกระบะและรถยนต์นั่ง

นอกจากนี้ ยังจัดตั้งบริษัท มาสด้า พาวเวอร์เทรน แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อให้ไทยเป็นฐานการผลิตหลัก ของเครื่องยนต์ SKYACTIV และ เกียร์ SKYACTIV ในภูมิภาค

การลงทุนของมาสด้าในครั้งนี้จะเป็นการปรับปรุงสายการผลิตด้วยการนำระบบอัตโนมัติ และ หุ่นยนต์มาใช้ในกระบวนการสำคัญ อาทิ การเชื่อมโครงรถ การประกอบตัวถัง การพ่นสี และการประกอบรถยนต์

Mazda
“ การที่มาสด้า เลือกประเทศไทย เป็นฐานการผลิตหลัก MHEV ครั้งนี้ ถือเป็นเครื่องยืนยันความเชื่อมั่นของบริษัทระดับโลกที่มีต่อศักยภาพของไทย และ เป็นอีกหมุดหมายสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ตอกย้ำว่าประเทศไทยเดินมาถูกทาง บอร์ด EV และ บีโอไอ มีเป้าหมายชัดเจนในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคต จากยานยนต์สันดาปภายใน (ICE) ไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า xEV ในทุกเซกเมนต์ และ ทุกเทคโนโลยี ทั้ง BEV, PHEV, HEV และ MHEV เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกยานยนต์ไฟฟ้าทุกประเภท และ เป็นศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทาน ยานยนต์ของภูมิภาค ”


เป้าหมายที่ผมอยากพา มาสด้า ไปให้ถึง เมื่อ “ ทางเลือกจริง ” สำคัญกว่า “ กระแสระยะสั้น ”

ตั้งแต่ผมเข้ามารับหน้าที่ CEO ของ มาสด้า ประเทศไทย มีคำถามหนึ่งที่มักถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยอยู่เสมอว่า

“ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ของอุตสาหกรรมยานยนต์ และการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง ทิศทางของ มาสด้า คืออะไร ? ”

รายงานจาก BloombergNEF และ McKinsey สะท้อนให้เห็นว่า การเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์สู่ปี 2030 อาจไม่ได้มีเส้นทางเดียว แต่ต้องคำนึงถึงทั้งโครงสร้างพื้นฐาน แหล่งพลังงาน และพฤติกรรมของผู้ใช้ที่แตกต่างกันในแต่ละตลาด

นี่จึงเป็นที่มาของ 4 เป้าหมายหลักที่ผมอยากขับเคลื่อนครับ

1. Multi-Solution: ไม่มีเทคโนโลยีเดียวที่เหมาะกับทุกคน

ตลาดไทยและอาเซียนมีความหลากหลาย ทั้งรูปแบบการใช้งาน ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน และความต้องการของลูกค้า Mazda จึงเดินหน้าด้วย Multi-Solution Strategy นำเสนอทางเลือกที่หลากหลาย ตั้งแต่เครื่องยนต์ประสิทธิภาพสูง Hybrid, PHEV ไปจนถึง BEV เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกเทคโนโลยี ที่เหมาะกับการใช้งาน และ ไลฟ์สไตล์ของตัวเอง

เราไม่ต้องการให้ลูกค้าต้องปรับตัวตามเทคโนโลยี แต่ต้องการให้เทคโนโลยีเป็นทางเลือก ที่ตอบโจทย์ลูกค้า พร้อมเดินไปสู่ Carbon Neutrality อย่างสมเหตุสมผล ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม และ ความคุ้มค่าของผู้บริโภค

2. จาก “Price War” สู่ TCO & Residual Value

ตลอด 2–3 ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมยานยนต์เผชิญการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง ซึ่งไม่ได้กระทบเพียงยอดขาย แต่ยังส่งผลต่อมูลค่ารถมือสอง (Residual Value) และความเชื่อมั่นของลูกค้า

สิ่งที่มาสด้า ให้ความสำคัญคือ Total Cost of Ownership และ ประสบการณ์ตลอดการเป็นเจ้าของรถ ตั้งแต่คุณภาพ การบริการ ความพร้อมของอะไหล่ ไปจนถึงการรักษามูลค่าของรถในระยะยาว เพราะความไว้วางใจไม่ได้สร้างจากส่วนลดในวันที่ซื้อรถเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความคุ้มค่า และ การดูแลที่ลูกค้าได้รับตลอดระยะเวลาที่เป็นเจ้าของมาสด้า

3. Digital Omotenashi: ใช้ Data เพื่อเข้าใจและดูแลลูกค้าให้ดีขึ้น

ยุคของ Connected Car และ Digital ไม่ใช่แค่การมีหน้าจอขนาดใหญ่หรือลูกเล่นใหม่ ๆ ในรถ สำหรับ Mazda คือการนำ Data และ เทคโนโลยีดิจิทัล มาผสานกับแนวคิด Omotenashi เพื่อให้เราเข้าใจและดูแลลูกค้าแต่ละคนได้ดีขึ้น ตั้งแต่วันที่เริ่มสนใจรถ ทดลองขับ ซื้อรถ ไปจนถึงการบำรุงรักษาและบริการหลังการขาย

เป้าหมายคือทำให้ Customer Experience มีความต่อเนื่อง เป็นส่วนตัว และสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าตลอดการใช้งาน

4. ต่อยอดบทบาทประเทศไทย ในฐานะฐานการผลิตยานยนต์ที่แข็งแกร่ง

ตลอดกว่า 75 ปี มาสด้า เติบโต และ ลงทุนในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยมี AAT (AutoAlliance Thailand) เป็นหนึ่งในฐานการผลิตสำคัญของเรา ทั้งสำหรับตลาดในประเทศและการส่งออกไปยังตลาดทั่วโลก

ที่ผ่านมา เราใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ (Local Content) เป็นสัดส่วนสำคัญ และสร้างปริมาณการผลิตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยสนับสนุนทั้งผู้ผลิตชิ้นส่วน การจ้างงาน และ Supply Chain ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

และ เรายังคงเดินหน้าลงทุนต่อ เพื่อพัฒนาฐานการผลิตในประเทศไทย ให้รองรับรถยนต์ และ เทคโนโลยีใหม่ ๆ พร้อมต่อยอด Local Supply Chain รวมถึงพัฒนาศักยภาพของวิศวกร ช่างเทคนิค และบุคลากรไทย ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีจากญี่ปุ่น เพื่อให้พร้อมกับการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรม

ผมเชื่อว่า ไม่ใช่ว่าผลิตภัณฑ์ทุกอย่างจำเป็นต้องผลิตในประเทศ แต่สิ่งสำคัญคือ เราต้องช่วยกันพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศ โดยต่อยอดจากจุดแข็งที่เรามีอยู่ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน รองรับเทคโนโลยีใหม่ และ เพิ่มปริมาณการผลิตในประเทศ ให้เติบโตขึ้นอย่างยั่งยืน

สำหรับผม การนำพาแบรนด์ในยุคนี้ ไม่ใช่แค่การตอบว่าจะขายรถได้กี่คันในไตรมาสนี้ แต่คือการตอบให้ได้ว่า เราจะสร้างระบบนิเวศการเดินทางที่มั่นคง สร้างคุณค่าให้กับลูกค้า และ มีส่วนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศให้เติบโตไปด้วยกันได้อย่างไร

นี่คือทิศทางที่ผม และ ทีม มาสด้า ตั้งใจจะเดินไปด้วยกันครับ

ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์
ประธานกรรมการบริหาร และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO)
มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย

28 สิงหาคม 2026
Thee Permpongpanth

MAZDA


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

1. CX-6e รถไฟฟ้า100% SUV โชว์ตัวในไทยครั้งแรกในอาเซียน เตรียมเปิดตัวในไทย ปลายปี 2026 นี้ ! : https://autolifethailand.tv/mazda-cx-6e-ev-bev-suv-thailand-motor-show-2026/

Mazda CX-6e รถไฟฟ้า100% SUV โชว์ตัวในไทยครั้งแรกในอาเซียน เตรียมเปิดตัวในไทย ปลายปี 2026 นี้ !

2. Mazda ประกาศลงทุนผลิต B-SUV Mild Hybrid (MHEV) 5,000 ล้านบาทในไทย ผลิต 1 แสนคัน/ปี : https://autolifethailand.tv/mazda-investment-5-billion-in-thai/

3. บีโอไอไฟเขียว AutoAlliance ลงทุน 7,400 ล้านบาท ดันไทยฐานผลิต Mazda MHEV https://autolifethailand.tv/mazda-autoalliance-mhev-thailand-2026/

4. มาสด้า ประกาศเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ 5 รุ่นใน 3 ปี (2568 – 2570) พร้อมลงทุน 5,000 ล้านผลิต B-SUV ในไทย : https://autolifethailand.tv/mazda-thailand-business-plan-2025-2027/


ที่มาเอกสาร : Mazda Japan / เรียบเรียงข้อมูลทั้งหมดโดย www.autolifethailand.tv


 

- Advertisement -spot_img
Mitsubishi Mega Deal
Mitsubishi Mega Deal
ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แบล็ก เอดิชัน
ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แบล็ก เอดิชัน
previous arrow
next arrow
- Advertisement -spot_img

Stay Connected

500,000FansLike
14,000FollowersFollow
203,000FollowersFollow
319FollowersFollow
114,000SubscribersSubscribe

Must Read

Related News