นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ เลกซัส กรุ๊ป บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัดเปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดรถยนต์ระดับพรีเมี่ยมในประเทศไทยปี 2568 ที่ผ่านมามียอดขายสะสมรวมอยู่ที่ 26,828 คัน ลดลง 11% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่ เลกซัส มียอดขายอยู่ที่ 942 คัน ซึ่งมีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 3.5% โดย Lexus LM มีสัดส่วนยอดขายมากกว่า 50% หรืออยู่ที่ 503 คัน ของยอดขายรวมในปีที่ผ่านมา ขณะที่ Lexus RX และ NX มียอดขายอยู่ที่ 340 คัน
ทั้งนี้ การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ที่เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 มีผลกับราคาจำหน่ายของ เลกซัส ซึ่งอัตราภาษีปรับเพิ่มขึ้น 5-10% และบริษัทมีการปรับขึ้นราคาไปแล้วในช่วงที่ผ่านมา แต่บริษัทได้รับภาระผลกระทบของภาษีไว้บางส่วน เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคซึ่งทำให้ปรับขึ้นราคาขึ้นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น
นอกจากนี้ บริษัทได้มีการปรับแผนผลิตภัณฑ์จากผลกระทบทางด้านภาษีที่มีผลต่อเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ดังนั้นจึงได้นำสเป็คและออปชั่นของ PHEV มาใส่ไว้ในรุ่น ไฮบริด (HEV) เพื่อเพิ่มคุณค่าผลิตภัณฑ์ในเทคโนโลยีที่สามารถเข้าถึงได้ โดยมีแผนการศึกษาความเป็นไปได้ในการประกอบรถยนต์ เลกซัส ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เพื่อให้สามารถทำราคาในการแข่งขันได้ดียิ่งขึ้น โดยใช้สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีจากเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA)
“การประกอบ เลกซัส ในภูมิภาคอาเซียน จะมีการพูดคุยกันเรื่องรุ่นที่ประกอบและทำตลาดได้ทั้งภูมิภาค ซึ่งไม่ว่าจะประกอบที่ใดในภูมิภาคนี้ก็เกิดประโยชน์จากการใช้สิทธิ์ AFTA ได้”
ขณะที่ ปัจจุบันรถยนต์เลกซัสที่จำหน่ายในประเทศไทยส่วนใหญ่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น (Made in Japan) ขณะที่ตลาดใหญ่ของเลกซัสอยู่ใน ญี่ปุ่น และ อเมริกา ส่วนในอาเซียนตลาดใหญ่อยู่ที่ มาเลเซีย, อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ตามลำดับ ซึ่งประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 5-6 ในภูมิภาคนี้
ด้านสถานการณ์ปัจจุบันด้านการผลิตรถยนต์ในกลุ่มไฮบริดมีผลกระทบด้านปัญหาซัพพลายแบตเตอรี่ไฮบริด ของบริษัทในกลุ่มโตโยต้าทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย ไม่เพียงเฉพาะรถยนต์ไฮบริดของเลกซัส แต่ยังกระทบถึงรถยนต์ไฮบริดของโตโยต้า อย่าง โตโยต้า โคโรลล่า ครอส, โตโยต้า ยาริส ครอส และอื่น ๆ ซึ่งเลกซัสอาจจะไม่ได้รับผลกระทบมากนักเนื่องจากปริมาณการนำเข้าและจำหน่ายในประเทศไม่มาก และมีสต๊อกพร้อมสำหรับการส่งมอบ
นายณัทธร ศรีนิเวศน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ เลกซัส กรุ๊ป บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัดกล่าวว่า บริษัทตั้งเป้ายอดขายในปี 2569 ไว้อยู่ที่ 1,000 คัน จาก แผนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 3 รุ่นในปีนี้ ได้แก่ The New Lexus IS ซึ่งจะเปิดตัวและประกาศราคาภายในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 (Motor Show 2026) และในช่วงไตรมาส 2/2569 ในช่วงเดือน พฤษภาคม มีแผนการเปิดตัว The All-New Lexus ES และไตรมาส 4/2569 มีแผนการเปิดตัว New Luxury BEV SUV
ในปี 2569 นี้ บริษัทจะรุกตลาดรถยนต์ระดับพรีเมี่ยมมากขึ้น ภายใต้ทิศทางการทำตลาดของแบรนด์ (Brand Direction) ทั่วโลกและในประเทศไทย “DISCOVER LEXUS” ซึ่งมุ่งเน้น 3Es ได้แก่
- Electrification : เทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้า (xEV)
- Experience : ประสบการณ์ผู้ขับขี่
- Equity : คุณค่าของแบรนด์
สำหรับ ในปีนี้จะเห็นความเข้มข้นในการทำการตลาดมากยิ่งขึ้นด้วยการสื่อสารถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายโดยมีการปรับเปลี่ยนจาก Application เป็น Line Official Account เพื่อความสะดวกและเข้าถึงง่ายในการสื่อสาร รวมถึงการสร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้าผ่านกิจกรรมต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น อีกทั้งการร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อมอบสิทธิประโยชน์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า และการทำโรดโชว์ในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันบริษัทมีศูนย์จำหน่ายและบริการ (เลกซัส โชว์รูม) จำนวน 3 แห่ง ใน กทม. ได้แก่ พระราม 9, รามอินทรา และ สุขุมวิท ซึ่งที่สุขุมวิทได้สิ้นสุดสัญญาการเช่าที่จึงจะมีการย้ายไปยัง วิภาวดี ในเร็ว ๆ นี้ พร้อมทั้งบริษัทมี Lexus Service Corner ซึ่งตั้งอยู่ในโชว์รูม โตโยต้า จำนวน 15 แห่ง เพื่อรองรับการให้บริการลูกค้าในพื้นที่ต่างจังหวัด ซึ่งมีสัดส่วนราว 15% ของยอดขายรวม และบริการ Home Visit Mobility Services บริการตรวจเช็กระยะพร้อมบำรุงรักษาในสถานที่ที่ลูกค้านัดหมาย








