slide 1
slide 1
Image Slide 2
Image Slide 2
previous arrowprevious arrow
next arrownext arrow
Homeข่าวสารส.อ.ท. ขอให้รัฐลงทุนเมกะโปรเจกต์กระตุ้นเศรษฐกิจช่วยฟื้นตลาดรถกระบะ

ส.อ.ท. ขอให้รัฐลงทุนเมกะโปรเจกต์กระตุ้นเศรษฐกิจช่วยฟื้นตลาดรถกระบะ

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (...) เปิดเผยว่า ยอดขายรถยนต์ ในประเทศไทย เดือนมิถุนายน ของปี 2569 มียอดขายรวมอยู่ที่ 58,724 คัน เพิ่มขึ้น 17.26% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยยอดขายเพิ่มขึ้นเพราะยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมมากขึ้นจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสงครามในตะวันออกกลางรวมทั้งการส่งเสริมให้ติดตั้งโซลาร์เซลล์ของรัฐบาล รถยนต์ไฟฟ้าหลายรุ่นมีราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ส่วนใหญ่ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้ามาจากการนำเข้ามากกว่ารถยนต์ที่ผลิตในประเทศ ส่งผลให้ยอดการผลิตรถยนต์นั่งเครื่องยนต์สันดาปภายใน ในช่วง 6 เดือน (มกราคมมิถุนายน) ลดลง 34,679 คัน หรือคิดเป็นลดลง 29.21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

ทั้งนี้ ยอดขายรถกระบะ ในประเทศไทย เดือนมิถุนายน ของปี 2569 อยู่ที่ 10,805 คัน ลดลง 3.17% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยยอดขายรถกระบะในช่วงก่อนสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เคยมียอดขายอยู่ที่ 30,000 คัน/เดือน แต่ปัจจุบันลดลงเหลือราว 10,000 คัน/เดือน โดยได้ลดลงทุกเดือนต่อเนื่องตลอด 3 ปีมาแล้วจากสถานการณ์ความเข้มงวดของสถาบันการเงิน (ไฟแนนซ์)

ขณะที่ ส่งผลให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ของกลุ่มรถกระบะซึ่งใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ (Local Content) กว่า 90% และซัพพลายเชนผลิตลดลงด้วย รายได้และกำไรของบริษัทเหล่านี้ลดลง รัฐบาลเก็บภาษีสรรพสามิตและภาษีเงินได้นิติบุคคลลดลง รายได้คนงานและพนักงานของผู้ผลิตชิ้นส่วนและซัพพลายเชนทั้งหลายก็มีรายได้ลดลง จึงระมัดระวังการใช้เงิน ส่งผลให้การลงทุน การจ้างงานชะลอตัวลง เศรษฐกิจในประเทศเติบโตในอัตราต่ำ จึงขอให้รัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้เกิดการลงทุนขนาดใหญ่ การจ้างงานจำนวนมากเพื่อสร้างอำนาจซื้อให้มากขึ้น ใช้หนี้ได้มากขึ้น หนี้ครัวเรือนจะได้ลดลงอย่างแท้จริง รัฐบาลเก็บภาษีต่าง ๆ ได้มากขึ้น นำเงินภาษีไปลงทุน จ้างงานให้คนไทยให้มีรายได้มากขึ้น ทำให้ประเทศอยู่ในวัฏจักรเศรษฐกิจขาขึ้นเสียที

สำหรับ ยอดขายรถยนต์นั่งและรถยนต์อเนกประสงค์ของเดือนมิถุนายน 2569 มีจำนวนอยู่ที่ 42,420 คัน  หรือคิดเป็น 72.24% ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้น 31.53% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • รถยนต์นั่งและรถยนต์อเนกประสงค์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) มียอดขายอยู่ที่ 8,114 คัน หรือคิดเป็น 13.82% ของยอดขายทั้งหมด ลดลง 33.72% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า
  • รถยนต์นั่งและรถยนต์อเนกประสงค์พลังงานไฟฟ้า (BEV) มียอดขายอยู่ที่ 22,275 คัน หรือคิดเป็น 37.93% ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้น 140.47 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า
  • รถยนต์นั่งและรถยนต์อเนกประสงค์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) มียอดขายอยู่ที่ 1,469 คัน หรือคิดเป็น 2.50% ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้น 163.73% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า
  • รถยนต์นั่งและรถยนต์อเนกประสงค์ Range-Extended Electric Vehicle (REEV) มียอดขายอยู่ที่ 58 คัน หรือคิดเป็น 0.10% ของยอดขายทั้งหมด ปีที่แล้วไม่มีจำหน่าย
  • รถยนต์นั่งและรถยนต์อเนกประสงค์ไฮบริด (HEV) มียอดขายอยู่ที่ 10,504 คัน หรือคิดเป็น 17.89% ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้น 3.08% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า

ส่วนอยอดขายรถกระบะ (Pure Pickup) มียอดขายอยู่ที่ 10,805 คัน ลดลง 3.17% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า, รถกระบะไฟฟ้า (BEV) มียอดขายอยู่ที่ 274 คัน เพิ่มขึ้น 149.09% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า, รถกระบะ REEV มียอดขายอยู่ที่ 5 คัน ลดลง 16.67% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า, รถกระบะ HEV มียอดขายอยู่ที่ 5 คัน ปีที่แล้วไม่มีจำหน่าย, รถกระบะดัดแปลง (PPV) มียอดขายอยู่ที่ 2,983 คัน ลดลง 26.02% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า, รถจักรยานยนต์ มียอดขายอยู่ที่ 178,028 คัน เพิ่มขึ้น 15.37% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า

ยอดขายรถยนต์

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ยอดขายรถยนต์สะสม 6 เดือน (มกราคมมิถุนายน) ของปี 2569 มียอดขายอยู่ที่ 346,966 คัน เพิ่มขึ้น 14.63% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีรายละเอียดดังนี้

รถยนต์นั่งและรถยนต์อเนกประสงค์ มียอดขายอยู่ 240,426 คัน หรือคิดเป็น 69.29% ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้น 24.13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

  • รถยนต์นั่งและรถยนต์อเนกประสงค์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) มียอดขายอยู่ที่ 54,506 คัน หรือคิดเป็น 15.71% ของยอดขายทั้งหมด ลดลง 24.83% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
  • รถยนต์นั่งและรถยนต์อเนกประสงค์พลังงานไฟฟ้า (BEV) มียอดขายอยู่ที่ 104,418 คัน หรือคิดเป็น 30.09% ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้น 93.07% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
  • รถยนต์นั่งและรถยนต์อเนกประสงค์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) มียอดขายอยู่ที่ 6,023 คัน หรือคิดเป็น 1.74% ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้น 20.36 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
  • รถยนต์นั่งและรถยนต์อเนกประสงค์ Range-Extended Electric Vehicle (REEV) มียอดขายอยู่ที่ 839 คัน หรือคิดเป็น 0.24 ของยอดขายทั้งหมด ปีที่แล้วไม่มีจำหน่าย
  • รถยนต์นั่งและรถยนต์อเนกประสงค์ไฮบริด (HEV) มียอดขายอยู่ที่ 74,640 คัน หรือคิดเป็น 21.51% ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้น 20.23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

ส่วนอยอดขายรถกระบะ (Pure Pickup) มียอดขายอยู่ที่ 70,141 คัน ลดลง 4.73% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า, รถกระบะไฟฟ้า (BEV) มียอดขายอยู่ที่ 898 คัน เพิ่มขึ้น 143.36% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า, รถกระบะ REEV มียอดขายอยู่ที่ 17 คัน เพิ่มขึ้น 183.33% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า, รถกระบะ HEV มียอดขายอยู่ที่ 215 คัน ปีที่แล้วไม่มีจำหน่าย, รถกระบะดัดแปลง (PPV) มียอดขายอยู่ที่ 20,893 คัน เพิ่มขึ้น 0.86% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า, รถจักรยานยนต์ มียอดขายอยู่ที่ 953,353 คัน เพิ่มขึ้น 5.21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

- Advertisement -spot_img
Mitsubishi Mega Deal
Mitsubishi Mega Deal
ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แบล็ก เอดิชัน
ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แบล็ก เอดิชัน
previous arrow
next arrow
- Advertisement -spot_img

Stay Connected

500,000FansLike
14,000FollowersFollow
203,000FollowersFollow
319FollowersFollow
114,000SubscribersSubscribe

Must Read

Related News