คริส จู ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย (BMW) เปิดเผยว่า บริษัทมีการเตรียมฉากทัศน์การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไว้รองรับหากมีการประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาล โดยกลุ่มที่มีผลกระทบคือ รถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) ซึ่งมีสัดส่วนอยู่ที่ราว 16-17% ของตลาดรถยนต์ระดับพรีเมี่ยม (Premium Segment) ซึ่งสอดคล้องกับสัดส่วนรถยนต์ไฟฟ้าของ บีเอ็มดับเบิลยู เช่นเดียวกัน โดยปัจจัยดังกล่าวคาดว่าจะส่งผลให้ผู้บริโภคเร่งการตัดสินใจซื้อภายในสิ้นปีนี้ เพื่อไม่ให้ได้รับผลกระทบในการปรับขึ้นราคาจากการคาดการณ์ของหลายฝ่ายในช่วงที่ผ่านมา
ทั้งนี้ บริษัทรอความชัดเจนของอัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์นำเข้าสำเร็จรูปใหม่อย่างเป็นทางการรวมถึงโควตาการนำเข้าที่เป็นหนึ่งในเงื่อนไขข้อกำหนดของรัฐบาล ซึ่งหากมีความชัดเจนดังกล่าวจะสามารถวางแผนธุรกิจหลังจากนี้ได้
“นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1998 บีเอ็มดับเบิลยู ได้มีการเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ซึ่งไม่เพียงแค่ลงทุนเพื่อการผลิตเพียงอย่างเดียวแต่เรายังสร้างห่วงโซ่มูลค่า (Value Chain) รวมถึงลงทุนด้านบุคลากร อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการสั่งซื้อชิ้นส่วนภายในประเทศเพื่อส่งไปยังฐานการผลิตของบีเอ็มดับเบิลยูทั่วโลก”
สำหรับ บีเอ็มดับเบิลยู อยากให้รัฐบาลคำนึงถึงความสอดคล้องของโควตานำเข้ากับการสร้างห่วงโซ่มูลค่าในประเทศไทยเพื่อจะสร้างประโยชน์และการเติบโตทางเศรษฐกิจในประเทศไทย
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : BMW 740d / M760e PHEV M Sport (G70 LCI) ราคาคาดการณ์ ต่ำกว่า 6,800,000 บาท (ประกอบไทย) | ดีเซล / Plug-in Hybrid
ขณะที่ ภาพรวมตลาดรถยนต์ในประเทศไทย 9 เดือน (มกราคม–กันยายน) ของปี 2569 มีอัตราเติบโตขึ้นราว 20% แต่ด้านภาพรวมตลาดรถยนต์ระดับพรีเมี่ยมมีอัตราลดลงสวนทางกับตลาดรวม โดย บีเอ็มดับเบิลยู และ มินิ รวมถึงยังสามารถรักษาระดับส่วนแบ่งทางการตลาดได้ไว้ที่ราว 50% ซึ่งยังคงเป็นสถานการณ์บวกของบริษัท โดยปกติแล้วภาพรวมตลาดรถยนต์ระดับพรีเมี่ยมจะอยู่ที่ราว 20,000 คัน/ปี
นอกจากนั้น แผนการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ของบริษัทตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป จะมีการเปิดตัวรถยนต์ที่ใช้ Neue Klasse แพลตฟอร์ม ในทุกรุ่น โดยที่ผ่านมามีการเปิดตัวใน BMW iX3 และ THE ALL NEW BMW 7 ที่ใช้แพลตฟอร์มดังกล่าวในประเทศไทย
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : BMW i7 (G70 LCI) รถไฟฟ้า100% ราคาอย่างเป็นทางการ : 6,999,000 – 7,599,000 บาท (นำเข้า CBU เยอรมนี) | แบต 118 kWh วิ่งไกล 727 km. (WLTP)
ขณะเดียวกัน บริษัทได้ใช้กลยุทธ์การตั้งราคาของทุกขุมพลังขับเคลื่อน (Powertrain) ให้เท่ากัน เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจเลือกซื้อตามพฤติกรรมการใช้งานของตัวเอง โดยไม่ใช่ราคาเป็นตัวกำหนดทางเลือกของผู้บริโภค ซึ่งหลังจากนี้จะใช้กลยุทธ์ดังกล่าวในทุกผลิตภัณฑ์ของแบรนด์
“ผู้บริโภคในประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกันตลาดโลก โดยในช่วงต้นปีที่มีวิกฤตราคาพลังงานพุ่งสูง ทำให้รถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น ซึ่งบริษัทมีโปรดักส์ที่มีขุมพลังที่หลากหลายรองรับทุกรูปแบบทั้ง รถยนต์ไฟฟ้า, รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด และ รถยนต์สันดาปภายใน”






