Homeสกู๊ปพิเศษรายงานพิเศษMazda เผยความเป็นไปได้ในการลงทุนผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย

Mazda เผยความเป็นไปได้ในการลงทุนผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย

การเปิดตัว The All-Electric Mazda CX-6e รถยนต์อเนกประสงค์ขนาดกลางพลังงานไฟฟ้า 100% (C-SUV EV) รุ่นที่ 2 ของแบรนด์ หลังจากการตอบรับของผู้บริโภคของรถยนต์นั่งพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกอย่าง Mazda 6e ที่นับตั้งแต่เปิดตัวจนถึงปัจจุบันมียอดจองมากกว่า 1,500 คัน ซึ่งการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ในครั้งนี้มีผู้บริหาระดับสูงของ มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น เดินทางมาร่วมงานพร้อมแสดงวิสัยทัศน์ของแบรนด์

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : Mazda CX-6e รถไฟฟ้า100% ราคาอย่างเป็นทางการ : 1,259,000 – 1,299,000 บาท (นำเข้า CBU จีน) | หน้าจอ 5K 26.45 นิ้ว

Autolifethailand ได้ร่วมสัมภาษณ์พิเศษ “โทรุ นากาจิม่า” เจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น (Mr. Toru Nakajima, Senior Executive Officer Mazda Motor Corporation) ซึ่งย้ำความสำคัญของประเทศไทยที่เป็นฐานการผลิตสำคัญของ มาสด้า นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันโดยกระแสการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยที่มุ่งสู่ยานยนต์ไฟฟ้า บริษัทยังคงกลยุทธ์ความเป็นกลางทางคาร์บอน ด้วยความหลากหลายของเทคโนโลยีทั้ง ไฮบริด (HEV), ปลั๊ก–อิน ไฮบริด (PHEV) และ ไฟฟ้า (BEV) ควบคู่กัน

ทั้งนี้ สำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในปัจจุบันของ มาสด้า ที่นำเข้ามาจากประเทศจีน เป็นสิ่งที่รักษาความสามารถทางการแข่งขันทางธุรกิจในประเทศไทย โดยยืนยันว่าการจำหน่ายรถยนต์นำเข้าเป็นเพียงส่วนน้อยเมื่อเทียบกับยอดขายรวมที่รถยนต์ผลิตในประเทศยังมีสัดส่วนที่มากกว่า

“มาสด้า ทราบดีว่าประเทศไทยมีนโยบายสนับสนุนรถยนต์พลังงานไฟฟ้า แต่มองว่าความเร็วในการตอบรับเทคโนโลยีของผู้บริโภคในแต่ละประเทศอาจไม่เท่ากัน ซึ่งเราจับตามองประเด็นนี้อยู่สำหรับในประเทศไทย”

Mazda
โทรุ นากาจิม่า เจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น

ยกตัวอย่างเช่น ในทวีปยุโรป นอร์เวย์ ตอบรับรถยนต์ไฟฟ้าดีมาก ในขณะที่ โปแลนด์ ตอบรับรถยนต์ไฟฟ้าเพียงสัดส่วนไม่ถึง 10% ของยอดขายรวมในประเทศ โดยประเทศไทยสัดส่วนการตอบรับอยู่ในระดับกลาง ๆ ดังนั้น มาสด้า จึงมองว่าทิศทางธุรกิจในประเทศไทยน่าจะเหมาะสมกับความหลากหลายด้านพลังงาน (มัลติโซลูชั่น) มากกว่า

สำหรับ นโยบายระดับโลกของ มาสด้า มีกลยุทธ์การบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ (Lean Asset Strategy) มีหลากหลายด้าน โดยด้านการผลิตสำหรับในประเทศไทยถูกวางไว้ให้เป็นฐานการผลิต รถยนต์ไฮบริด (HEV) และ รถยนต์ไมล์ไฮบริด (MHEV) ส่วนฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) ใช้ฐานการผลิตในประเทศจีน ซึ่งปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้า 100% ของ Mazda เองควบคู่กัน

ขณะที่ ปัจจุบันบริษัทมีความร่วมมือในการพัฒนาผลิตภัณฑ์รถยนต์ไฟฟ้า 100% กับ CHANGAN ในประเทศจีน เช่นเดียวกับความร่วมมือกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์รถกระบะ กับ ISUZU ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นการบริหารจัดการทรัพยากรด้านการลงทุนผลิตภัณฑ์ภายใต้นโยบายของบริษัท

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนที่ประเทศไทยจะมีการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 100% ของมาสด้า นากาจิม่า ตอบว่า “มีความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยจะผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในโรงงาน ออโต้อัลลายแอนซ์ (AAT) แต่ยังไม่ใช่เวลานี้” เพราะถ้าหากจะมีการลงทุนจะต้องเป็นไปตามลำดับความสำคัญของแผนธุรกิจ

Mazda

เช่นเดียวกับ รถกระบะ ที่แม้ว่าประเทศไทยจะเป็นตลาดใหญ่ในอดีตที่ผ่านมาแต่ปัจจุบันตลาดรถกระบะหดตัวแรง และเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีกำไรค่อนข้างน้อย อีกทั้งปัจจุบันยอดขายรถกระบะของมาสด้าจะมีไม่ถึง 5% ของยอดขายรวมในประเทศไทย บริษัทขอยืนยันว่ายังไม่มีแผนที่จะยกเลิกการขายรถกระบะแต่อย่างใด เพราะยังคงต้องมีทางเลือกให้กับผู้บริโภคในตลาดต่างจังหวัด ดังนั้นหากจะต้องลงทุนความเป็นไได้ในการลงทุนจะลงทุนในเทคโนโลยีของรถยนต์นั่งและรถยนต์อเนกประสงค์มากกว่าตามลำดับความสำคัญ

นอกจากนั้น ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ถือเป็นภูมิภาคสำคัญในด้านการเติบโต โดยมองว่าภายในปี 2030 ยอดขายรถยนต์ของ Mazda ในภูมิภาคอาเซียนจะเติบโต 2 เท่า จากปัจจุบันที่มีอยู่ในระดับ 60,000 คัน/ปี โดยมองว่าการคาดการณ์การเติบโตในภูมิภาคอาเซียนของบริษัทจะเติบโตด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดเล็ก (B-SUV) ที่คาดว่าจะสร้างยอดขายและได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคอย่างดีไม่เพียงแค่เฉพาะในภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย แต่บริษัทคาดหว่างว่าจะสร้างยอดขายที่ดีได้ในระดับโลก

“บริษัทอยากฝากถึงรัฐบาลให้สนับสนุนด้านการแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่ยุติธรรมมากขึ้น ซัพพอร์ตการลงทุน และ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศไทย รวมถึงบริษัทที่มีแผนการลงทุนในอนาคต”

Mazda
นาย ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหาร และ ซีอีโอ มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย

นาย ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหาร และ ซีอีโอ มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า ประเทศไทยถูกว่าตำแหน่งไว้ให้เป็นฐานการผลิตรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดเล็ก (B-SUV) และ เทคโนโลยี MHEV โดยคาดว่ากำลังการผลิตของโรงงาน AAT ประเทศไทย จะอยู่ที่ราว 100,000 คัน ในปี 2027 โดยสถานการณ์อุทกภัย (น้ำท่วม) ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันไม่ส่งผลกระทบต่อโรงงานและซัพพลายเออร์ของบริษัทแต่อย่างใด

ขณะที่ ในด้านผู้บริโภคมีบางส่วนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมโดยไม่สะดวกในการเดินทางมารับรถจึงต้องเลื่อนการรับรถออกไปบางส่วน โดยมองว่าจะไม่กระทบต่อภาพรวมยอดขายของตลาดเนื่องจากปกติแล้วครึ่งปีหลังเป็นช่วงฤดูกาลขาย (ไฮซีซั่น) ที่ปกติจะมีสัดส่วน 1.5 เท่าของทั้งปี ซึ่งในปีนี้คาดว่าตลาดรถยนต์ในประเทศไทยจะอยู่ที่ 690,000 คัน เติบโตขึ้น 10-15% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่อยู่ที่ 650,000 คัน

สำหรับ Mazda ในช่วง 9 เดือน มีอัตราเติบโตอยู่ที่ 8% โดยในปีนี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายอยู่ที่ 8,000 คัน ทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เช่นเดียวกันผู้แทนจำหน่าย (ดีลเลอร์) ที่ปัจจุบันมีจำนวนอยู่ที่ 80 แห่งทั่วประเทศ

“บริษัทพร้อมที่จะปรับตัวต่อการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ โดยรอประกาศความชีดเจนจากรัฐบาล โดยการเปิดตัวรถยนต์ Mazda CX-6e ในวันนี้จะยังคงรักษาระดับราคาจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง อยากเชิญชวนให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อก่อนมีการเปลี่ยนแปลง”

Mazda CX-6e

- Advertisement -spot_img
Mitsubishi Mega Deal
ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แบล็ก เอดิชัน
previous arrow
next arrow
- Advertisement -spot_img

Stay Connected

500,000FansLike
14,000FollowersFollow
203,000FollowersFollow
319FollowersFollow
114,000SubscribersSubscribe

Must Read

Related News