Homeสกู๊ปพิเศษรายงานพิเศษเปิดแผน Leapmotor Thailand บริษัทแม่มาเอง เล็งตั้งโรงงานในไทย ยืนยันลงทุนระยะยาว

เปิดแผน Leapmotor Thailand บริษัทแม่มาเอง เล็งตั้งโรงงานในไทย ยืนยันลงทุนระยะยาว

Leapmotor Thailand ประกาศบุกตลาดประเทศไทย เล็งตั้งโรงงานประกอบรถยนต์ LEAPMOTOR B03X ในไทย แต่ขอรอความชัดเจนเรื่องอัตราภาษีสรรพสามิตจากรัฐบาล ลั่นต้องการเข้ามาลงทุนระยะยาวเหมือน TOYOTA พร้อมประกาศแผนลงทุนวันที่ 31 ตุลาคมนี้ เล็งให้ประกัน lifetime warranty แบตเตอรี่ และระบบขับเคลื่อน ทั้งลูกค้าใหม่และเก่า สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า หวังขายปีนี้ 3,000-5,000 คัน หลังเปิดตัว LEAPMOTOR B03X รถEV ขนาดเล็ก ด้าน PNA ยอมรับถึงเวลาบริษัทแม่เข้ามาทำตลาดเองหลังการแข่งขันเปลี่ยน

Autolifethailand.tv มีโอกาสได้สัมภาษณ์พิเศษ Mr. Liam Liu ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ลีปมอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด (General Manager, Leapmotor Thailand) และคุณธวัชชัย จึงสงวนพรสุข กรรมการผู้จัดการและกรรมการบริหาร ของบริษัท พระนครยนตรการ จำกัด (PNA) อดีตผู้จัดจำหน่ายและทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ Leapmotor อย่างเป็นทางการในประเทศไทยตั้งแต่เดือนกันยายน พ.ศ. 2567 แต่ในวันนี้ PNA ได้กลายสถานะมาเป็น ดีลเลอร์ รถยนต์ Leapmotor แทน

Leapmotor

Mr. Liam Liu กล่าวว่า ในปัจจุบันบริษัทแม่ คือ Leapmotor China ตัดสินใจเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยด้วยตัวเอง เนื่องจากเห็นว่าตลาดประเทศไทยมีความสำคัญอย่างมากกับ Leapmotor ทั้งในเรื่องการสร้างแบรนด์ และการสร้างยอดขาย ดังนั้นบริษัทแม่จึงตัดสินใจเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยแทน การให้ PNA ดูแลเพราะหลังจากนี้จะต้องมีการลงทุนทั้งบริการหลังการขายและการตั้งโรงงานเกิดขึ้นในประเทศไทย

“การเข้ามาของ Leapmotor Thailand ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการนับหนึ่งใหม่ แต่เป็นการสานต่อแบรนด์ Leapmotor ในประเทศไทย เราอยากขอบคุณลูกค้าทุกคนที่ให้ความไว้วางใจในแบรนด์ของเรา และหลังจากนี้เราตั้งใจจะนำเทคโนโลยีที่ดีและทันสมัยมาสู่ผู้บริโภคชาวไทย ซึ่งต้องขอบคุณ PNA ที่วางรากฐานของ Leapmotor เอาไว้เป็นอย่างดี”

Leapmotor
Mr. Liam Liu ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ลีปมอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด

ทั้งนี้ เป้าหมายแรกของที่ Mr.Liu วางไว้คือการ ยกระดับบริการหลังการขายให้ดีมากขึ้น เพราะปรัชญาของ Leapmotor คือต้องรับผิดชอบลูกค้าตั้งแต่วันแรกที่รับรถ และรับผิดชอบลูกค้าตลอดอายุการใช้งานรถยนต์ Leapmotor ซึ่งทางบริษัทจะเร่งพัฒนาบริการหลังการขาย และอะไหล่ให้เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า ซึ่งเบื้องต้น บริษัทจะปรับเพิ่มการรับประกันตัวรถเป็น 8 ปี 160,000 กม.และรับประกันระบบขับเคลื่อน และแบตเตอรี่ตลอดอายุการใช้งาน สำหรับรถยนต์ Leapmotor ทุกรุ่นที่จำหน่ายไปแล้วและรถรุ่นใหม่ที่กำลังจะเปิดตัว

Mr.Liu ย้ำว่า ภารกิจสำคัญของ Leapmotor Thailand ในวันนี้มี 3 ประการคือ 1.เร็วขึ้น ในเรื่องของการแก้ปัญหาต่างๆ 2.ใกล้ชิดขึ้น ในเรื่องการรับฟังเสียงของดีลเลอร์ และลูกค้า เพื่อให้ได้รับทราบถึงปัญหาได้อย่างตรงจุด และ 3.ดูแลดีขึ้น ในเรื่องบริการหลังการขาย ที่จะพัฒนาให้ตรงความต้องการของลูกค้า ซึ่งในอนาคตจะมีการตั้งคลังอะไหล่ เพื่อให้สามารถส่งมอบอะไหล่ให้กับดีลเลอร์ได้ภายใน 24 ชม. – 48 ชม.

สำหรับก้าวต่อไปหลังการเข้ามาทำตลาดอย่างเป็นทางการของบริษัทแม่ Leapmotor Thailand จะเดินหน้าเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยผลิตภัณฑ์แรกที่จะเปิดตัวได้แก่ Leapmotor B03X รถยนต์อเนกประสงค์พลังงานไฟฟ้า 100% (B-SUV EV) ซึ่งจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 ตุลาคม 2569 โดยตั้งเป้าจำหน่ายไว้ที่เดือนละ 2,000 คัน และในปี 2570 มีแผนจะเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าอีก 2 รุ่น

ทั้งนี้ ในอนาคตบริษัทต้องการเติบโตร่วมกับประเทศไทยในระยะยาว ด้วยการตั้งโรงงานประกอบรถยนต์ Leapmotor ในประเทศไทย ซึ่งขณะนี้จำเป็นต้องรอดูความชัดเจนของกติกาของภาครัฐในเรื่องภาษีสรรพสามิต รถยนต์นำเข้าก่อน ว่าจะออกมาในรูปแบบใด ซึ่งบริษัทเตรียมรูปแบบการลงทุนให้ทั้งหมด 4 รูปแบบ เพื่อให้สอดคล้องกับกติกาของภาครัฐ ซึ่งการตั้งโรงงานประกอบรถยนต์เต็มรูปแบบ ก็เป็น 1 ใน 4 ของแผนการลงทุนของ Leapmotor ในประเทศไทยเช่นเดียวกัน

“จุดยืนของเราคือการลงทุนในประเทศไทยระยะยาว เรามองแผนตั้งโรงงานในไทย เราจึงเข้ามาลงทุนด้วยตัวเอง เราต้องการให้ Leapmotor อยู่ในประเทศไทยเหมือนกับ TOYOTA ที่อยู่คู่กับประเทศไทยมานานกว่า 60 ปี ดังนั้นการลงทุนหลังจากนี้ จะเป็นการลงทุนเพื่อสร้างรากฐานให้กับแบรนด์ Leapmotor โดยจะจะเน้นการสร้างความยั่งยืนของแบรนด์โดยไม่ใช้กลยุทธ์ด้านราคา แต่จะมุ่งเน้นการนำเสนอด้านคุณภาพพร้อม 3 กลยุทธ์หลักได้แก่ เทคโนโลยี (Technology), ความคุ้มค่า (Value) และ ความเชื่อมั่น (Trust) ด้วยการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมานำเสนอสู่ตลาด และจะวางตำแหน่งราคาจำหน่ายในภาพรวมของแบรนด์ไว้อยู่ที่ระดับ 500,000 – 1,200,000 บาท”

Leapmotor

ขณะที่ บริษัท พระนครยนตรการ จำกัด (PNA) ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ Leapmotor อย่างเป็นทางการในประเทศไทย (ดิสทริบิวเตอร์) ภายใต้การบริหารงานของ “ธวัชชัย จึงสงวนพรสุข” จะปรับเปลี่ยนเป็นผู้แทนจำหน่าย (ดีลเลอร์) ซึ่ง Leapmotor Thailand ได้รับซื้อคืนสต็อกรถยนต์และรับการถ่ายโอนผู้แทนจำหน่ายเดิมทั้ง 15 แห่ง เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อย ซึ่ง PNA ก็จะกลายเป็นหนึ่งในดีลเลอร์ของ Leapmotor โดยจะมี 2 สาขาคือ รัชโยธิน และลาดพร้าว 101

ขณะที่แผนการขยายเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายในประเทศไทย Leapmotor Thailand ตั้งเป้าจะเพิ่มจำนวนผู้แทนจำหน่ายเป็น 30 แห่ง ภายในปี 2569 และเพิ่มเป็น 65 แห่ง ในปี 2570 และ 100 แห่งในปี 2571

โดยจะสอดคล้องกับยอดขายของ Leapmotor ที่ตั้งเป้าไว้ 3,000-5,000 คันในปีนี้ และในปี 2570 ตั้งเป้ายอดขายจะอยู่ที่ระดับ 10,000 คัน และติดอยู่ในอันดับ Top 10 ของแบรนด์รถยนต์ในประเทศไทย โดยในปี 2570 มีแผนเปิดตัวอีก 2 รุ่น เพิ่มเติมจึงเชื่อมั่นว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้อย่างแน่นอน

Mr.Liu กล่าวต่อว่า Leapmotor Thailand ได้จดทะเบียนบริษัทในประเทศไทยด้วยทุนจะทะเบียนจำนวน 100 ล้านบาท โดยเป็นการถือหุ้นโดย Leapmotor China ในอัตราส่วน 100% สำหรับกระบวนการสั่งซื้อรถยังคงสั่งซื้อไปที่ Leapmotor International ซึ่งเป็นบริษัทที่รับผิดชอบการขายรถยนต์ Leapmotor นอกประเทศจีนทั้งหมด เช่นเดียวกับที่ PNA ดำเนินการในอดีตแต่ในรายละเอียดเชิงลึกได้มีการเจรจากันภายในของบริษัทเพื่อควบคุมต้นทุนให้สามารถตั้งราคาที่แข่งขันได้ในประเทศไทย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : LeapMotor B03X รถไฟฟ้า100% เปิดตัวในไทย 31 ตุลาคม 2026 นี้ ! ช่วงราคา 5-6 แสนบาท โดยบริษัทแม่มาเอง

อย่างไรก็ตาม บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาการปรับโครงสร้างราคาจำหน่ายของ Leapmotor B10 และ C10 ที่ได้มีการเปิดตัวในประเทศไทยไปก่อนหน้านี้เพื่อให้สามารถแข่งขันได้กับรถยนต์ในกลุ่มเดียวกันพร้อมทั้งการสร้างมูลค่าเพิ่มของตัวรถและความมั่นใจด้วยการรับประกันแบตเตอรี่ตลอดอายุการใช้งานพร้อมการสร้างคลังอะไหล่เพื่อรองรับความต้องการและการจัดส่งอย่างรวดเร็ว

Mr.Liu ย้ำว่า ก่อนที่ Leapmotor Thailand จะเข้ามาดำเนินการเองในตลาดประเทศไทย ได้มีการรายงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) เพื่อเสนอแผนงานการเข้ามาดำเนินธูรกิจในประเทศไทยในระยะยาว ซึ่งบริษัทยืนยันว่ามีความแข็งแกร่งทางด้านการเงินเนื่องจากบริษัทเป็นบริษัทที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงซึ่งมีมูลค่าหุ้นมากกว่า 60,000 ล้านหยวน ดังนั้นยืนยันว่า “เงินไม่ใช่ปัญหา”

“บอร์ดบริษัทได้ให้ความเห็นในที่ประชุมว่า หากจะดำเนินการใด ๆ ในประเทศไทยให้ทำเรื่องขออนุมัติด้านงบประมาณเข้าสู่ที่ประชุมได้เลย บอร์ดสามารถอนุมัติงบประมาณได้ภายใน 2 สัปดาห์ เพราะประเทศไทยเป็นตลาดสำคัญที่บริษัทมองเห็นการเติบโตของรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV)”

นอกจากนั้น งบประมาณทางการตลาดช่วงแรกในไตรมาสสุดท้าย (ตุลาคม–ธันวาคม) ของปี 2569 จะใช้งบประมาณทางการตลาดไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาท สำหรับการสร้างแบรนด์ Leapmotor และการทำตลาด B03X ซึ่ง B03X ล็อตแรกที่นำเข้ามาจากประเทศจีนมีจำนวน 2,000 คัน ซึ่งพร้อมส่งมอบทันทีหลังการเปิดตัว

สำหรับการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ที่รัฐบาลอยู่ระหว่างการพิจารณานั้น บริษัทอยู่ระหว่างรอความชัดเจนของอัตราภาษีและนโยบายที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนของสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) และการคิดคำนวนมูลค่า โดยบริษัทพร้อมที่จะปฏิบัติตามนโยบายและข้อกำหนดของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด โดยมีแผนการลงทุนตั้งโรงงานในประเทศไทย โดยภายใน 2 เดือนข้างหน้านี้จะต้องตัดสินใจและได้ข้อสรุปอย่างชัดเจน ซึ่งมีแผน 4 รูปแบบด้วยกันได้แก่ การจ้างผลิต, การลงทุนร่วมกับผู้ประกอบการไทย (JV), การเช่าโรงงานสำเร็จรูปและนำเครื่องจักรมาติดตั้งและการซื้อที่ดินก่อสร้างโรงงาน

“ไม่ว่ารัฐบาลจะประกาศนโยบายออกมาอย่างไรก็ไม่มีผลกระทบต่อแผนของบริษัททั้งในด้านการจำหน่ายและการลงทุน เนื่องจากบริษัทตั้งใจที่จะเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างจริงจัง ซึ่งในช่วงเดือนตุลาคมนี้จะมีทีมของบริษัทแม่ประเทศจีนเข้ามาประชุมและลงพื้นที่เพื่อหาข้อสรุปการตั้งโรงงานในประเทศไทย”

ด้าน ธวัชชัย จึงสงวนพรสุข กรรมการบริหาร บริษัท พระนครยนตรการ จำกัด (PNA) กล่าวว่า การเข้ามาของบริษัทแม่เป็นสิ่งที่ดีต่อแบรนด์และผู้บริโภค ซึ่งที่ผ่านมาในช่วง 2 ปีกว่าที่ได้ดดำเนินธุรกิจการเป็นดิสทริบิวเตอร์ของแบรนด์ Leapmotor มีผลิตภัณฑ์จำนวน 1-2 รุ่นเท่านั้นซึ่งเมื่อบริษัทแม่เข้ามาจะส่งผลดีในแง่การใช้งบประมาณการสร้างแบรนด์และการตลาดรวมถึงนโยบายด้านบริการหลังการขาย

ที่ผ่านมา PNA ใช้เงินลงทุนไปกับแบรนด์ Leapmotor กว่า 150 ล้านบาท ซึ่งส่วนตัวไม่ได้รู้สึกผิดหวังหรือเสียใจที่กลับไปเป็นดีลเลอร์ เนื่องจากมองว่าเป็นข้อตกลงทางธุรกิจที่เป็นเรื่องปกติของการทำธุรกิจ โดยปัจจุบัน PNA มีศูนย์จำหน่ายและบริการจำนวน 2 แห่ง ได้แก่ รัชโยธิน และ ลาดพร้าว ซึ่งหลังจากนี้มองว่าจะยื่นขอการขยายจำนวนสาขาของดีลเลอร์เพิ่ม

- Advertisement -spot_img
Mitsubishi Mega Deal
ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แบล็ก เอดิชัน
previous arrow
next arrow
- Advertisement -spot_img

Stay Connected

500,000FansLike
14,000FollowersFollow
203,000FollowersFollow
319FollowersFollow
114,000SubscribersSubscribe

Must Read

Related News