นายสาโรจน์ มะอาจเลิศ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานขายและบริการหลังการขาย บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า จากกระแสการขอความเป็นธรรมในการแข่งขันของผู้บริหารระดับสูงของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นหัวเรือใหญ่ของ หอการค้าญี่ปุ่น (JCC) เพื่อสร้างความสมดุลของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย โดยรายละเอียดเป็นไปตามกระแสข่าวดังกล่าวซึ่งไม่ใช่เพียงแค่เฉพาะความเห็นของบางบริษัทเพียงอย่างเดียว แต่เป็นความเห็นของ JCC และ สมาคมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้ผลิตรถยนต์, ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ และ อื่น ๆ
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาประธานบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศญี่ปุ่น ที่ได้เดินทางมายังประเทศไทยและมีกำหนดการเข้าพบนายอนุทินชาญวีรกุลนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในเวลานั้นได้มีการพูดคุยกับรัฐบาลในระดับหนึ่งจนกระทั่งถึงวันนี้สัญญาณต่างๆมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : Mitsubishi เชื่อรัฐบาลหนุนผู้ผลิตในอุตฯยานยนต์ ให้เกิดความสมดุลกัน
ขณะที่ ยืนยันว่าการเจรจากับรัฐบาลเป็นสิทธิ์เสรีที่ทุกคนสามารถมีสิทธิ์เจรจากับรัฐบาล แต่ข้อเสนอของ JCC และ สมาคมต่าง ๆ ไม่ได้รับุอย่างชัดเจนว่าจะต้องเป็นสิทธิ์ประโยชน์ 0% เพียงอย่างเดียวถึงจะสร้างความสมดุลของการแข่งขันในอุตสาหกรรมได้แต่ปัจจัยที่ประเทศจะได้หรือเสียประโยชน์อยู่ที่การเก็บรายได้ที่เข้ามาพัฒนาประเทศดังนั้นขึ้นอยู่กับรัฐบาลที่ได้รับฟังข้อเสนอในทุกมิติและตัดสินใจว่าจะมีมาตรการแบบใด
“เรามั่นใจในรัฐบาลที่ได้รับฟังสิ่งที่มีการนำเสนอ โดยมีแผนปฏิบัติที่เหมือนจะมีความชัดเจนแล้วเหลือในรายละเอียดปลีกย่อย ที่จะมีการเรียกผู้เกี่ยวข้องเข้าไปพูดคุยกันอีกครั้ง”
สำหรับ การเจรจาพูดคุยกับรัฐบาลจากอีกฟากฝั่งหนึ่งก็มีข้อเสนอถึงรัฐบาลเช่นกัน โดยการตัดสินใจขึ้นอยู่กับรัฐบาล ซึ่งขณะนี้รัฐบาลทราบแล้วว่าอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศและมีภาพที่ชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วงที่ผ่านมา และประเทศไทยได้อะไรจากสิ่งเหล่านั้น โดยยืนยันว่าไม่ใช่เพียงแค่การผลิตและจำหน่ายรถอย่างเดียวที่ต้องคำนึงถึง แต่ไม่ขอลงในรายละเอียดใด ๆ เนื่องจากได้มีการนำเสนอต่อรัฐบาลในรายละเอียดทุกมิติแล้ว เหลือแต่ขั้นตอนปฏิบัติจะเป็นอย่างไร
นอกจากนั้น เชื่อว่าทุกการตัดสินใจของรัฐบาลส่งผลต่อรายได้ในการพัฒนาประเทศ ดังนั้นจะเพิ่มหรือจะลดอัตราโครงสร้างภาษีใด ๆ ก็จะต้องมีผู้ที่ได้รับผลกระทบ แต่เชื่อว่าจะเกิดการแข่งขันและผู้บริโภคจะได้รับประโยชน์จากสิ่งที่รัฐบาลกำลังคิดและตัดสินใจ และต้องขอบคุณที่รัฐบาลยอมรับฟังจากกระแสที่เกิดขึ้นและมีการพูดถึงเรื่องนี้อย่างมากและมีความคืบหน้าเป็นลำดับ




