slide 1
slide 1
Image Slide 2
Image Slide 2
previous arrowprevious arrow
next arrownext arrow
Homeข่าวสารPTG เผย ไตรมาส 1/69 ขาดทุนสุทธิ 194% จากราคาพลังงานผันผวน

PTG เผย ไตรมาส 1/69 ขาดทุนสุทธิ 194% จากราคาพลังงานผันผวน

นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 (สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569) มีผลขาดทุนสุทธิ 174 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ที่มีกำไรสุทธิ 186 ล้านบาท หรือขาดทุน 194% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่ผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้เป็นเจ้าของบริษัทใหญ่เท่ากับ  205  ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ที่มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้เป็นเจ้าของบริษัทใหญ่ 190 ล้านบาท พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน 208.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และ 165.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

สาเหตุหลักมาจากธุรกิจ Oil ที่มีกำไรขั้นต้นลดลง 15.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และ 19.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เป็น 2,267 ล้านบาท จากความไม่สอดคล้องในเชิงเวลาระหว่างต้นทุนน้ำมันหน้าโรงกลั่นที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาดโลกจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิศาสตร์ในตะวันออกกลาง รวมถึงการบริหารจัดการกองทุนน้ำมันในประเทศ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นต่อลิตรลดลง 20.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และ 20.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันผ่านทุกช่องทางเติบโต 5.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และ 1.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า สู่ระดับ 1,753 ล้านลิตร จากความต้องการใช้น้ำมันที่เร่งตัวขึ้นกว่าปกติในช่วงเดือนมีนาคม  ขณะที่สัดส่วนอัตรากำไรขั้นต้นเติบโต 6.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

ส่วนรายได้จากการขายและการให้บริการในไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 56,832 ล้านบาท ลดลง 1.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แต่เพิ่มขึ้น 0.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า มีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายและการให้บริการธุรกิจ Oil  มีจำนวน 50,312 ล้านบาท ลดลง 3.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า เป็นผลจากราคาค้าปลีกน้ำมันเฉลี่ยหน้าสถานีบริการที่ปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตามรายได้ธุรกิจ Oil ฟื้นตัวได้ 0.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า จากปริมาณการจำหน่ายน้ำมันผ่านทุกช่องทางที่เพิ่มขึ้น 1.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า 

ทั้งนี้ ผลจากต้นทุนคงที่ที่สูงขึ้นตามการขยายสาขา ประกอบกับแรงกดดันต่อกำไรดำเนินงานจากความผันผวนของธุรกิจ Oil ส่งผลให้ กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ลดลง 15.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และ 35.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เป็น 1,281 ล้านบาท

PTG
พิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ PTG

ผลการดำเนินงานไตรมาส1/2569 สะท้อนแรงกดดันจากภาพรวมเศรษฐกิจไทยโดยเฉพาะช่วงเดือนมีนาคม ที่เศรษฐกิจเริ่มเผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบและราคาพลังงานในตลาดโลกปรับตัวผันผวนอย่างมีนัยสำคัญ กระทบต่อต้นทุนพลังงาน ต้นทุนการขนส่ง และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในหลายภาคส่วน ขณะที่ภาคธุรกิจและกำลังซื้อภายในประเทศยังฟื้นตัวได้อย่างจำกัดภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอน”

สำหรับธุรกิจ Non-Oil ยังคงเติบโตแข็งแกร่ง โดยมีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 50.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และ 5.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า สู่ระดับ 2,001 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มอย่างกาแฟพันธุ์ไทย ที่มีการเติบโตของรายได้และกำไรขั้นต้นมากกว่า 80% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า จากการขยายสาขาและการเพิ่มขึ้นของยอดขายจากสาขาเดิม (Same-Store-Sales Growth: SSSG) ส่งผลให้สัดส่วนกำไรขั้นต้นจาก Non-Oil ขยับขึ้นสู่ระดับ 46.9% ของกำไรขั้นต้นรวม  สะท้อนการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างที่ต่อเนื่องของบริษัทฯ สู่พอร์ตธุรกิจที่มีความสมดุลและยืดหยุ่นต่อความผันผวนของตลาดพลังงานมากยิ่งขึ้น

ส่วนรายได้จากการขายและการให้บริการธุรกิจ Non-Oil ในไตรมาส 1/2569 มีจำนวน 6,520 ล้านบาทเติบโต 22.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แต่ลดลงเล็กน้อย 0.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า   ซึ่งมาจากธุรกิจ กาแฟพันธุ์ไทย โดยมีรายได้จากการขายและการให้บริการอยู่ที่ 1,766 ล้านบาท  เพิ่มขึ้น 84.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และ 8.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า  ซึ่งมีแรงขับเคลื่อนหลักจากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการพัฒนาแบรนด์ในเชิงคุณภาพ โดยจำนวนสาขากาแฟพันธุ์ไทย ณ สิ้นไตรมาส มีจำนวนสาขาอยู่ที่ 2,308 สาขา เพิ่มขึ้น 56.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า หรือคิดเป็น 832 สาขา เทียบเท่ากับอัตราการขยายสาขามากกว่าสองสาขาต่อวัน และเพิ่มขึ้น 7.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า หรือ 157 สาขา

PTG

ธุรกิจก๊าซ LPG มีรายได้ 2,683  ล้านบาท  เพิ่มขึ้น 3.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และ 1.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ได้รับแรงสนับสนุนหลักจากปริมาณการจำหน่ายก๊าซ LPG ที่ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเติบโต 2.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และ 1.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เป็น 109 ล้านกิโลกรัม โดยเฉพาะกลุ่มก๊าซ LPG ภาคครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น 10.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และ 2.0% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เป็น 26 ล้านกิโลกรัมตามจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ดีกำไรขั้นต้นจากธุรกิจ Non-Oil คิดเป็นสัดส่วน 46.9% ของกำไรขั้นต้นรวม โดยแบ่งเป็น กำไรขั้นต้นจากธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทย 22.5% ธุรกิจก๊าซ LPG 9.5% และธุรกิจอื่น ๆ อีก 14.9% อาทิ ธุรกิจน้ำมัน ร้านสะดวกซื้อ Max Mart ธุรกิจ ศูนย์บริการซ่อมแซมและบำรุงรักษารถยนต์ Autobacs ธุรกิจร้านอาหารซับเวย์ และธุรกิจน้ำมันเครื่อง Maxnitron เป็นต้น

ในปี 2569 บริษัทฯ ยังคงเป้ารายได้ธุรกิจ Non-Oil เติบโต 30-40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และรักษาสัดส่วนกำไรขั้นต้นธุรกิจ Non-Oil ให้อยู่ที่ระดับ 40-45% ผ่านการบริหารพอร์ตธุรกิจ การควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่าย และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ส่วนธุรกิจ Oil ยังคงมีบทบาทสำคัญในการสร้างกระแสเงินสดและเสถียรภาพให้แก่กลุ่มบริษัท แม้ในช่วงไตรมาส 1/2569 ธุรกิจพลังงานจะเผชิญกับความผันผวนของราคาน้ำมันโลกจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลต่อทิศทางราคาพลังงานในประเทศและสภาวะการแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน โดยบริษัทฯ ยังคงเป้าหมายปริมาณการจำหน่ายน้ำมันผ่านทุกช่องทางในปี 2569 ตามเป้าที่ระดับ 3%–5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แม้อยู่ภายใต้สภาวะเศรษฐกิจและตลาดพลังงานที่ยังมีความผันผวน

PTG

บริษัทยังคงดำเนินธุรกิจภายใต้โครงสร้างกลยุทธ์ “Powering Thai Lives: Everywhere · Everyday · Everyone” อย่างต่อเนื่อง ผ่านการเชื่อมโยงธุรกิจ Oil และ Non-Oil ภายใต้ฐานสมสชิก PT Max Card กว่า 25 ล้านราย เพื่อเพิ่มความถี่การใช้บริการและมูลค่าต่อลูกค้าภายในระบบนิเวศ Max World พร้อมมุ่งเน้นการเติบโตเชิงคุณภาพและการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ยังคงดำเนินต่อไป

นอกจากนี้ PTG ยังคงมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยในทุกมิติของชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การเดินทาง อาหารและเครื่องดื่มไปจนถึงบริการด้านยานยนต์และพลังงานสะอาด ภายใต้วิสัยทัศน์ อยู่ดี มีสุขที่สะท้อนความตั้งใจของบริษัทในการเป็นส่วนหนึ่งของทุกช่วงเวลาในชีวิตของผู้บริโภคอย่างยั่งยืน

PTG

- Advertisement -spot_img
Mitsubishi Mega Deal
Mitsubishi Mega Deal
ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แบล็ก เอดิชัน
ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แบล็ก เอดิชัน
previous arrow
next arrow
- Advertisement -spot_img

Stay Connected

500,000FansLike
14,000FollowersFollow
203,000FollowersFollow
319FollowersFollow
114,000SubscribersSubscribe

Must Read

Related News