นาย พงศธร เอื้อมงคลชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด (YAMAHA) เปิดเผยกับ Autolifethailand ว่า ภาพรวมยอดจดทะเบียนของตลาดรถจักรยานยนต์ในประเทศไทย 9 เดือน (มกราคม–กันยายน) ของปี 2569 หรือ 3 ไตรมาสแรกของปี มียอดสะสมอยู่ที่ราว 1.4 ล้านคัน เติบโตขึ้น 6.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า จากปัจจัยระดับราคาเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้บริโภคเปลี่ยนการใช้จากรถยนต์เป็นรถจักรยานยนต์เพื่อลดค่าครองชีพ
ทั้งนี้ ยอดจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ของ ยามาฮ่า ในช่วง 9 เดือนของปี 2569 อยู่ที่ราว 2.2 แสนคัน เติบโตสูงกว่าตลาด ซึ่งมีอัตราเติบโตอยู่ที่ 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า จากกระแสของการเปลี่ยนเปลี่ยนของพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนจากรถจักรยานยนต์แบบมีเกียร์ไปสู่รถจักรยานยนต์ออโตเมติกส์
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ยามาฮ่า ชี้ตลาดรถออโตเมติก 5 ปีโตแรง ตั้งเป้าปี’69 ขาย 2.9 แสนคัน
พร้อมกันนี้ ด้วยความหลากหลายทางด้านผลิตภัณฑ์ (Lineup Model) ทั้ง ยามาฮ่า แกรนด์ฟีลาโน่ ไฮบริด, ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ ไฮบริด, ยามาฮ่าเอ็นแม็กซ์และยามาฮ่าเอ็กซ์แม็กซ์ซึ่งเป็นแฟลกชิปโมเดลที่ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคอย่างดีในปีนี้
ขณะที่ Yamaha PG-1 รถจักรยานยนต์มีเกียร์ในกลุ่มไลฟ์สไตล์ ถือเป็นเซกเมนต์ใหม่ที่ผู้บริโภคให้การตอบรับที่ดี โดยในกลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มที่สัดส่วนใหญ่อยู่ในตลาดหลัก ซึ่งบริษัทหวังที่จะสร้างส่วนแบ่งทางการตลาดที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สำหรับในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี (ตุลาคม–ธันวาคม) คาดว่าสถานการณ์ตลาดรถจักรยานยนต์และยอดขายของยามาฮ่า จะยังคงเติบโตไปในทิศทางเดียวกันกับ 3 ไตรมาสแรกจากมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภคที่จะยังคงต่อเนื่องและมีมาตรการใหม่ๆออกมา
อย่างไรก็ตาม คาดว่าผลกระทบของสถานการณ์อุทกภัย (น้ำท่วม) จะเป็นผลกระทบระยะสั้น ซึ่งบริษัทได้มุ่งเน้นการให้ความช่วยเหลือโดยร่วมมือกับผู้แทนจำหน่าย (ดีลเลอร์), ช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยและบรรเทาความเดือดร้อน
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ยามาฮ่า ช่วยผู้ประสบอุทกภัย ตรวจเช็ก-ซ่อม ฟื้นฟูสภาพรถจากน้ำท่วม




