ในงาน UNLOCK : REEV by AutolifeThailand ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 3 ตุลาคม 2569 นี้ เป็นงานที่จะพาทุกท่านไปรู้จักกับเทคโนโลยี Range-Extended Electric Vehicle (REEV) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีพลังงานทางเลือกใหม่ (NEV) ที่เหล่าบรรดาบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ต่างให้ความสนใจและเบื้องต้นหลายแบรนด์ได้มีการทยอยแนะนำลงสู่ตลาดในประเทศไทยแล้วในช่วงที่ผ่านมา คอนเทนต์นี้จึงอยากพาผู้อ่านทุกท่านไปรู้จักกับเทคโนโลยีดังกล่าวก่อนที่จะถึงกิจกรรมของ Autolifethailand
เทคโนโลยี REEV คืออะไร ?
REEV หรือ Range-Extended Electric Vehicle หรือ รถยนต์ไฟฟ้าที่มีระบบช่วยขยายระยะทางการขับขี่ เป็นเทคโนโลยีที่ผสานการทำงานของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า โดยเครื่องยนต์มีหน้าที่ผลิตไฟฟ้าและนำไปกักเก็บไว้ในแบตเตอรี่ ส่วนระบบขับเคลื่อนล้อจะใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว ซึ่งช่วยขยายระยะทางเพิ่มความยืดหยุ่นในการเดินทาง โดยไม่ต้องกังวลว่าจะต้องชาร์จแบตเตอรี่
สำหรับความน่าสนใจของเทคโนโลยีดังกล่าวนี้คือ ให้ฟีลลิ่งการขับขี่ที่มีอัตราเร่งและแรงบิดสูงเช่นเดียวกันกับรถยนต์ไฟฟ้า 100% ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ามีหน้าที่ขับเคลื่อนล้อเพียงอย่างเดียวเท่านั้นเครื่องยนต์ไม่มีส่วนเกี่ยวของในการขับเคลื่อนล้อแต่อย่างใด
นอกจากนั้น ยังมาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่เพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันในเมืองด้วย ระยะทางการวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน ๆ เพียงอย่างเดียวได้มีระดับมากกว่า 100-200 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง สามารถเดินทางจากจุด A ไปจุด B หรือจากบ้านไปที่ทำงาน ซึ่งอาจะไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเลยด้วยซ้ำ หากมีการชาร์จไฟฟ้าในทุกวัน
ขณะเดียวกัน เมื่อต้องการเดินทางออกไกล เช่นการเดินทางออกสู่ต่างจังหวัด โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลวันหยุดยาว สงกรานต์, ปีใหม่ ที่หากใช้รถยนต์ไฟฟ้า 100% อาจจะต้องวางแผนการชาร์จพลังงานระหว่างทาง แต่ REEV มีความยืดหยุ่นในการเดินทางมากว่า โดยหากไฟฟ้าหมดเครื่องยนต์จะทำหน้าที่ผลิตไฟฟ้าทำให้สามารถเดินทางต่อไปได้โดยไม่ต้องหยุดชาร์จ
เทคโนโลยี REEV เหมาะกับใคร ?
ผู้ใช้งานที่เหมาะกับเทคโนโลยีนี้คือผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่แบบรถยนต์ไฟฟ้า 100% แต่ไม่ต้องกังวลกับการชาร์จไฟฟ้าระหว่างทางซึ่งในปัจจุบันแม้ว่าโครงสร้างพื้นฐานของสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยจะขยายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแต่ก็อาจจะยังไม่เพียงพอต่อประชากรรถยนต์ไฟฟ้าที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน
พฤติกรรมที่เหมาะสมของผู้ใช้เทคโนโลยีนี้คือ ขับขี่ในเมืองเป็นประจำในระยะทางไม่มากนัก และมีการเดินทางไกลเป็นครั้งคราว โดยไม่ต้องกังว่าจะต้องหาสถานีชาร์จ ซึ่งสิ่งที่จะทำให้เทคโนโลยีนี้มีประสิทธิภาพความประหยัดมากที่สุดคือ การมีไฟฟ้า+น้ำมัน แต่หากไฟฟ้าหมดแล้วจุดเด่นอาจจะไม่ใช้ความประหยัดแต่เป็นความสะดวกสบายและความไร้กังวล
ดังนั้นเทคโนโลยี REEV จึงมีส่วนสำคัญที่เชื่อมโยงการเปลี่ยนผ่านของรถยนต์สันดาปภายใน ไปสู่ รถยนต์ไฟฟ้า ในอนาคต และ เหมาะกับประเทศกำลังพัฒนาอย่างประเทศไทยที่พฤติกรรมผู้บริโภคมีความหลากหลายและความพร้อมในการใช้งานทางด้านเทคโนโลยีที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่
ในงาน UNLOCK : REEV by AutolifeThailand จะได้รู้จักเทคโนโลยีดังกล่าวในรุ่นใดบ้าง ?
นอกจากการได้รู้จักกับเทคโนโลยี REEV แล้ว ภายในงานยังได้นำรถยนต์รุ่นต่าง ๆ ที่ใช้เทคโนโลยีดังกล่าวเป็นตัวขับเคลื่อน ซึ่งมีจำนวน 4 แบรนด์ + 1 แบรนด์ ที่ใช้ชื่อเฉพาะของตัวเองแต่หลักการทำงานของเทคโนโลยีเป็นแบบเดียวกัน
เริ่มต้นด้วย JAECOO 6T REEV ของแบรนด์ OMODA&JAECOO ที่มีเอกลักษณ์เป็นรถยนต์อเนกประสงค์ (SUV) ดีไซน์ทรงกล่อง (Boxy Design) ซึ่งแรกเริ่มเดิมทีออริจินอล JAECOO 6 EV เป็นรุ่นแรกที่ทำให้คนรู้จักรถไฟฟ้า 100% สายลุยของแบรนด์ที่มีความนิยมในการนำไปตกแต่งเป็นสไตล์แคมปิ้งคาร์–ออฟโรด แต่เมื่อเข้าป่าและทำกิจกรรมเป็นที่แน่นอนว่า รถยนต์ไฟฟ้าอาจจะไม่ตอบโจทย์ในกิจกรรมดังกล่าว จึงเป็นที่มาของการต่อยอดผลิตภัณฑ์ด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีนี้มาแก้ Pain Point ของผู้บริโภคสายลุยที่เข้าป่าก็ได้ในเมืองก็ดี
ต่อมากับแบรนด์พี่แบรนด์น้องอย่าง iCAUR ซึ่งเป็นสายเลือดเดียวกันกับ JAECOO 6T REEV ภายใต้ Chery Group นั่นคือ iCAUR V27 REEV รถยนต์อเนกประสงค์ (SUV) ดีไซน์ทรงกล่อง ที่มีขนาดใหญ่ ผสมผสานการดีไซน์ของรถในระดับตำนานที่ดึงจุดเด่นมารวมไว้ในรถคันนี้ได้อย่างลงตัว รวมถึงยังเป็นการต่อยอดความสำเร็จของ CHERY V23 รถยนต์ไฟฟ้าทรงกล่องที่ได้รับความนิยมแต่ด้วยระยะทางวิ่งที่น้อย ในจุดนี้จึงนำเสนอทางเลือกใหม่ด้วยขนาดและเทคโนโลยีมาไว้ใน iCAUR V27 REEV
iCAUR V27 REEV จาก CHERY ราคาอย่างเป็นทางการ : 999,900 – 1,259,900 บาท | D-SUV 5 ที่นั่ง
ขณะที่ Geely ได้นำเสนอทางเลือกขุมพลังของ REEV ไว้ในรถยนต์อนกประสงค์ (SUV) อย่าง Geely Starray EM-R ที่พัฒนาและนำมาเปิดตัวในประเทศไทยโดยเฉพาะ ด้วยสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีที่จูงใจและเป็นโอกาสที่จะนำเสนอเทคโนโลยีดังกล่าวสู่ผู้ใช้งานชาวไทย พร้อมการเติมเต็มไลน์อัพจากเดิมที่มีเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กและขนาดกลาง โดยในรุ่นนี้มีขนาดใหญ่และเทคโนโลยีขุมพลังทางเลือกใหม่เมื่อเทียบกับสิ่งที่แบรนด์มีในช่วงที่ผ่านมา
ด้าน CHANGAN ที่มีรถยนต์อเนกประสงค์ (SUV) พลังงานไฟฟ้า 100% ภายใต้ชื่อรุ่น CHANGAN DEEPAL S05 REEV และได้ใช้ไลน์อัพโมเดลนี้เป็นหลักและเสริมด้วยขุมพลัง REEV ให้กับผู้ที่ชื่นชอบการดีไซน์ในลักษณะนี้แต่อาจจะยังไม่พร้อมที่จะก้าวข้ามไปใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ถือว่าเป็นการให้ผู้บริโภคเป็นผู้ตัดสินใจเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับตัวเองภายใต้ดีไซน์เดิม
ราคาอย่างเป็นทางการ Deepal S05 รถไฟฟ้า100% / REEV Range Extended : 799,000 – 999,000 บาท | B-SUV+
ปิดท้ายที่ ผู้มาก่อนกาลอย่าง Nissan ที่นำเสนอเทคโนโลยี e-POWER ภายใต้หลักการทำงานเดียวกันกับ REEV โดยใช้มอเตอร์ขับเคลื่อนล้อและเครื่องยนต์มีหน้าที่ผลิตไฟฟ้าเท่านั้น หากแต่มีจุดต่างเพียงเล็กน้อยคือ ไม่สามารถเสียบชาร์จไฟฟ้าได้เหมือนเทคโนโลยี REEV แต่ก็มีความโดดเด่นในเรื่องอัตราประหยัดเมื่อคำนวนจากอัตราบริโภคเชื้อเพลิงน้ำมัน เทียบกับรถยนต์สันดาปภายใน หรือ รถยนต์ไฮบริด โดยภายในงานมีรถยนต์รุ่นต่าง ๆ ภายใต้เทคโนโลยี e-POWER อย่าง Nissan Kicks, Nissan X-Trail, Nissan Serena
Nissan Kicks e-POWER (Minorchange 2026) ราคาอย่างเป็นทางการ : 789,900 – 899,900 บาท | ProPILOT
ติดตามคอนเทนต์ต่าง ๆ ของเทคโนโลยี REEV และกิจกรรมภายในงาน UNLOCK : REEV by AutolifeThailand ได้ในทุกช่องทางต่าง ๆ ของ AutolifeThailand ที่จะพาทุกคนไปรู้จักและเข้าใจกับเทคโนโลยีได้มากขึ้น




