นายคริส เวลส์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย และมาเลเซีย (Volvo) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในปี 2568 ที่ผ่านมา บริษัทมีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 9% ในกลุ่มรถยนต์ระดับพรีเมี่ยม และ 20% ในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) ส่วนยอดขายรถยนต์มือสอง (Volvo Selekt Certified Used Cars) เติบโตขึ้น 14%
ขณะที่ เป้าหมายในปี 2569 บริษัทตั้งเป้ายอดขายรถยนต์ใหม่เพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และ ด้านยอดขายรถยนต์มือสองของบริษัทคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า หวังว่าสถานการณ์ในประเทศไทยทั้งการเมืองและเศรษฐกิจจะดีขึ้นหลังจากนี้ ดังนั้นมองภาพรวมตลาดรถยนต์ระดับพรีเมี่ยมมีทิศทางบวกเล็กน้อยอาจจะเติบโตน้อยมากเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
“ยอมรับว่าปี 2568 เป็นปีที่ท้าทายและยากลำบาก รวมถึงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งบริษัทก็สามารถปรับตัวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี”
ทั้งนี้ แน่นอนว่าบริษัทยังคงมุ่งมั่นในการเป็นบริษัทที่ผลิตและจำหน่ายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าทั้งหมดอยู่เสมอ แต่ระหว่างทางนั้นรถยนต์พลังงานปลั๊กอินไฮบริดเป็นหนึ่งในสิ่งที่ผู้บริโภคให้ความสนใจในช่วงการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีดังนั้นจึงได้ตอบสนองความต้องการผู้บริโภค
สำหรับในปี 2568 สัดส่วนยอดจำหน่ายรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) อยู่ที่ 18% และ รถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) และในปี 2569 คาดว่าจะยังทรงตัวอยู่ในสัดส่วนในระดับดังกล่าวเช่นเดียวกัน
นอกจากนี้ ในปี 2569 บริษัทมีแผนการขยายการให้บริการซ่อมสีและตัวถ้าให้ครอบคลุมพื้นที่ในต่างจังหวัดมากยิ่งขึ้นด้วยการรับรองศูนย์ซ่อมสีและตัวถังในพื้นที่ตามมาตรฐานของวอลโว่ รวมถึงมองโอกาสในการขยายศูนย์ซ่อมสีและตัวถังในต่างจังหวัดในอนาคต
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : Volvo รับโครงสร้างภาษีใหม่ปี’69 กระทบราคาขาย เร่งหาแนวทางจัดการ
ด้านแผนผลิตภัณฑ์ในปี 2569 จะมีการเปิดตัว Volvo EX90 รุ่นย่อยใหม่ รวมถึงในปีนี้จะมีการเปิดตัวตู้ชาร์จไฟฟ้าของแบรนด์เอง (Volvo Wall Charge) เป็นครั้งแรก และการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับยางรถยนต์ในศูนย์บริการของวอลโว่ และการให้บริการโมบายล์เซอร์วิสเข้าถึงผู้บริโภคในพื้นที่ในเวลาที่ผู้บริโภคต้องการ
สำหรับผลกระทบจากการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ที่เริ่มบังคับใช้ในปี 2569 บริษัทได้หาแนวทางในการลดผลกระทบต่อผู้บริโภคโดยได้ใช้เจรจากับบริษัทแม่ประเทศสวีเดนอย่างเข้มข้นในการจัดการผลกระทบดังกล่าวส่งผลให้ วอลโว่ ไม่มีการปรับขึ้นราคาจำหน่ายแต่อย่างใด







