ฮอนด้า (Honda) ได้เปิดตัว HONDA CBR1000RR-R Fireblade 2027 รถจักรยานยนต์ในกลุ่มซูเปอร์สปอร์ต รุ่นปรับปรุงใหม่ ในงาน EICMA 2026 ซึ่งจัดขึ้นที่ เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี โดยรุ่นปี 2027 นี้ได้มีการออกแบบใหม่ราว 75% ของตัวรถ
พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “Total Control for the Track” โดยมุ่งเน้นการดึงศักยภาพสูงสุดของตัวรถออกมาใช้บนสนามแข่ง พร้อมปรับปรุงโครงสร้างแชสซี ระบบกันสะเทือน และขุมพลังเครื่องยนต์ เพื่อเพิ่มสมรรถนะการเข้าโค้ง เสถียรภาพขณะเร่งและลดความเร็ว รวมถึงความคล่องตัวในการควบคุมรถทั้งบนสนามแข่งและถนนสาธารณะ ซึ่งมีการเปิดตัวพร้อมกัน 3 รุ่นย่อยดังนี้
- CBR1000RR-R Fireblade
- CBR1000RR-R Fireblade SP
- CBR1000RR-R Fireblade HRC Works Edition
สำหรับ HONDA CBR1000RR-R Fireblade 2027 มีการพัฒนาโครงสร้างแชสซีใหม่เพื่อเพิ่มสมรรถนะการเข้าโค้งและเสถียรภาพขณะเร่งและลดความเร็วบนสนามแข่งควบคู่กับความคล่องตัวและอิสระในการควบคุมรถบนถนนสาธารณะ
อีกทั้ง มาพร้อมเฟรมอะลูมิเนียมแบบท่อคู่ (Aluminum Twin-tube Frame) ที่ออกแบบใหม่ โดยโครงสร้างเฟรมได้รับการปรับปรุงหลายส่วน ทั้งการขยายช่องเปิดบริเวณคอท่อ (Head Pipe) ซึ่งทำหน้าที่ลำเลียงอากาศเข้าสู่หม้อกรองอากาศ (Air Cleaner) เพื่อปรับความแข็งเกร็งแนวขวาง (Lateral Rigidity)
รวมถึงการเปลี่ยนจุดยึดเสื้อสูบเครื่องยนต์ (Engine Cylinder Hangers) จากโครงสร้างหล่อชิ้นเดียวพร้อมครีบเสริมความแข็งแรง มาเป็นรูปแบบขายึดแยกชิ้นด้วยสลักเกลียว (Bolt-on Configuration) ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการออกแบบเฟรม โดยยังคงความต้านทานการบิดตัว (Torsional Rigidity) ไว้เช่นเดิม ช่วยเพิ่มสมรรถนะการเข้าโค้ง ความรู้สึกถึงการยึดเกาะของหน้ายางกับพื้นผิวถนน (Tire Contact Feel) และเสถียรภาพขณะเร่งความเร็ว
นอกจากนี้ ยังนำกระบวนการหล่อโลหะแบบผนังบางด้วยแรงโน้มถ่วง (Thin-wall Gravity Die Casting หรือ GDC) มาใช้ในการผลิตเฟรม ส่งผลให้ลดน้ำหนักเฟรมลงได้ 440 กรัม เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า สำหรับรุ่น Fireblade และ Fireblade SP
ขณะเดียวกัน ตะเกียบหลังอะลูมิเนียมขึ้นรูปด้วยการปั๊ม (Aluminum Pressed-construction Swingarm) ได้รับการออกแบบใหม่เช่นกัน โดยลดขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางแกนสวิงอาร์ม (Pivot Shaft) จาก 20 มิลลิเมตร เหลือ 17 มิลลิเมตร
ส่วน ระบบกันสะเทือนได้รับการปรับแต่งค่าความหน่วง (Suspension Damping Settings) ให้เหมาะสมกับแต่ละรุ่นย่อย เพื่อเพิ่มสมรรถนะบนสนามแข่ง พร้อมการซับแรงกระแทกบนพื้นผิวถนนที่ไม่เรียบสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน โดยมีรายละเอียดดังนี้
- Fireblade: ใช้โช้กอัปหน้าแบบ Big Piston Fork (BPF) ของ SHOWA และระบบกันสะเทือนหลัง SHOWA BFRC-lite
- Fireblade SP: มาพร้อมระบบกันสะเทือน Öhlins ควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ รุ่น NPX Smart-EC3.0 ด้านหน้า และ TTX36 Smart-EC3.0 ด้านหลัง

ส่วนถังน้ำมันเชื้อเพลิงได้ลดน้ำหนักโดยใช้วัสดุไทเทเนียม ต่อยอดจากเทคโนโลยีที่เคยนำมาใช้ใน CBR1000RR SP และ CBR1000RR SP2 รุ่นปี 2017 ซึ่งยังจำเป็นต้องติดตั้งฝาครอบพลาสติกด้านนอก แต่ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการปั๊มขึ้นรูปและการพ่นสีไทเทเนียม ทำให้รุ่นปี 2027 สามารถตัดฝาครอบพลาสติกดังกล่าวออกได้ ช่วยลดน้ำหนักตัวรถลงได้
ส่วนขุมพลังเครื่องยนต์ CBR1000RR-R Fireblade 2027 มาพร้อมเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง (Inline-four Engine) 4 จังหวะ DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาดความจุ 999 ซีซี. พร้อมติดตั้ง ระบบปากแตรดักอากาศแปรผันความยาวแบบ 2 จังหวะ (Two-stage Variable-length Intake Air Funnel System) ซึ่งนำมาใช้ในรถจักรยานยนต์ฮอนด้ารุ่นผลิตจำหน่ายจริงเป็นครั้งแรก เพื่อเพิ่มพละกำลังในช่วงรอบต่ำถึงปานกลาง พร้อมรักษาสมรรถนะในรอบสูง และช่วยให้ควบคุมรถได้ง่ายขึ้นตลอดทุกย่านความเร็วรอบเครื่องยนต์
ระบบดังกล่าวใช้โครงสร้างปากแตรดักอากาศแบบ 2 ชิ้นที่แยกออกจากกันในแนวดิ่ง เพื่อปรับเปลี่ยนความยาวและเส้นผ่านศูนย์กลางใช้งานจริงของช่องทางเดินไอดีตามความเร็วรอบเครื่องยนต์ โดยเมื่อเครื่องยนต์ทำงานที่ความเร็วรอบตั้งแต่ 11,750 รอบต่อนาทีขึ้นไป ปากแตรส่วนบนจะเลื่อนขึ้นและแยกออกจากปากแตรส่วนล่าง ช่วยให้การส่งกำลังมีความเหมาะสมกับการทำงานในแต่ละย่านความเร็วรอบ
นอกจากนี้ ระบบคันเร่งไฟฟ้าแบบสองมอเตอร์ (Two-motor Throttle-by-wire System) ยังได้รับการปรับปรุงให้ควบคุมการทำงานได้แม่นยำยิ่งขึ้น โดยระบบอิเล็กทรอนิกส์สามารถปรับองศาการเปิดของลิ้นปีกผีเสื้อ (Throttle Valve) ได้อย่างละเอียด ช่วยเพิ่มการตอบสนองของคันเร่งขณะเร่งความเร็วและประสิทธิภาพของแรงหน่วงเครื่องยนต์ (Engine Braking) ขณะลดความเร็ว พร้อมช่วยให้จังหวะเปลี่ยนผ่านจากการลดความเร็วสู่การเร่งความเร็วเป็นไปอย่างนุ่มนวลและควบคุมได้ง่ายขึ้น

อีกทั้ง ชิ้นส่วนเครื่องยนต์บางส่วนยังได้รับการปรับเปลี่ยนวัสดุเพื่อลดน้ำหนัก รวมถึงฝาครอบหัวสูบ (Cylinder Head Cover) ที่เปลี่ยนจากอะลูมิเนียมเป็นแมกนีเซียม ช่วยลดน้ำหนักในรุ่น Fireblade SP ได้มากกว่า 200 กรัม
นอกจากนั้น ยังได้มีการเปิดตัว CBR1000RR-R Fireblade HRC Works Edition รุ่นใหม่ที่พัฒนาขึ้นสำหรับการแข่งขัน FIM Superbike World Championship (WSBK)
CBR1000RR-R Fireblade HRC Works Edition ถูกพัฒนาขึ้นในฐานะ Homologation Model สำหรับการแข่งขัน WSBK โดยเฉพาะสำหรับการขับขี่แบบที่นั่งเดี่ยว (Solo Riding) ติดตั้งชิ้นส่วนเฉพาะรุ่นที่เน้นสมรรถนะบนสนามแข่ง โดยตัวรถยังได้รับการออกแบบให้สามารถใช้งานบนถนนสาธารณะได้ตามข้อกำหนดของแต่ละประเทศที่วางจำหน่าย
ตัวรถมาพร้อมปีกวิงเล็ตด้านหน้า (Front Winglets) บังโคลนหน้า และแฟริ่งท่อดักอากาศด้านหลัง (Rear Duct Fairing) ที่ผลิตจากพลาสติกเสริมแรงด้วยเส้นใยคาร์บอน (Carbon Fiber Reinforced Plastic หรือ CFRP) ซึ่งช่วยลดน้ำหนักและเพิ่มประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ ส่งผลให้สมรรถนะการเร่งความเร็วและการเข้าโค้งดียิ่งขึ้น
ด้านระบบกันสะเทือนติดตั้งโช้กอัปหน้า Öhlins NPX และระบบกันสะเทือนหลัง TTX36 แบบปรับตั้งด้วยกลไก (Mechanically Adjustable) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการซับแรงกระแทกและการยึดเกาะถนนขณะขับขี่บนสนามแข่ง พร้อมระบบเบรก Brembo Hypure Sports

CBR1000RR-R Fireblade HRC Works Edition ยังมีชุดชิ้นส่วนสำหรับการแข่งขัน HRC Racing Kit เพื่อรองรับข้อกำหนดของรายการแข่งขัน ประกอบด้วย
- กล่องควบคุมการฉีดน้ำมันเชื้อเพลิง (PGM-FI) และชุดจุดระเบิด (Ignition Unit)
- ระบบเกียร์แบบเกียร์ว่างอยู่ล่างสุด (Bottom-neutral Shift System)
- ปลอกคอท่อ (Head Pipe Collar)
- ปลอกแกนตะเกียบหลัง (Swingarm Pivot Collar)
- ชิ้นส่วนสำหรับการแข่งขันอื่น ๆ
สำหรับ CBR1000RR-R Fireblade รุ่นปี 2027 ทุกรุ่นย่อย ได้นำวัสดุที่ยั่งยืน 4 ประเภทมาใช้เป็นส่วนประกอบของตัวรถ ได้แก่
- ชิลด์บังลมหน้า (Windscreen): ผลิตจาก DURABIO™ พลาสติกวิศวกรรมที่ผลิตจากพืช มีคุณสมบัติขึ้นรูปได้ง่าย ทนทานต่อสภาพอากาศและรอยขีดข่วน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อมโดยไม่ลดทอนฟังก์ชันการใช้งานและรูปลักษณ์ของชิลด์บังลมหน้า
- โครงฐานเบาะนั่งด้านหน้าและด้านหลัง (Front and Rear Seat Bases): ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลก่อนการบริโภค (Pre-consumer Recycled Materials) ที่ได้จากเศษวัสดุเหลือใช้ในกระบวนการผลิตและขึ้นรูปของอุตสาหกรรมรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ
- หม้อกรองอากาศ (Air Cleaner Case) ฝาครอบด้านข้าง (Side Covers) และชิ้นส่วนอื่น ๆ: ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลหลังการบริโภค (Post-consumer Recycled Materials) ที่ได้จากผลิตภัณฑ์พลาสติกผ่านการใช้งานแล้วจากครัวเรือน อาคารพาณิชย์ และแหล่งใช้งานอื่น ๆ
- ตราสัญลักษณ์ Honda Flagship WING: ผลิตจากเรซินอะคริลิกรีไซเคิลทางเคมี (Chemically Recycled Acrylic Resin) ซึ่งได้จากการย่อยสลายวัสดุอะคริลิกใช้แล้ว รวมถึงวัสดุที่คัดแยกจากยานพาหนะหมดอายุการใช้งาน (End-of-life Vehicles) ให้กลับคืนสู่สภาพวัตถุดิบเพื่อนำมาใช้ใหม่









