

smart#5 เปิดตัวแล้วในฐานะ mid-size SUV คันแรกของแบรนด์ โดยนับเป็นผลิตภัณฑ์รุ่นที่ 3 ของค่าย ที่จะมาเสริมทัพ smart#1 และ smart#3 มาพร้อมกับมิติตัวถังยาว 4,705 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 2,900 มิลลิเมตร ทั้งยังเพียบพร้อมด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS สำหรับกำหนดการเริ่มส่งมอบในยุโรป จะมีขึ้นภายในช่วงต้นปีหน้า
smart#5 ออกแบบโดย Mercedes-Benz จึงยังคงเอกลักษณ์ของ smart เอาไว้ทั้งหลังคากระจก Panoramic Halo Roof, กระจกไร้กรอบ และระยะ overhang หน้าหลังสั้น ส่วนไฟหน้าและไฟท้ายมาในโคมทรงรี พร้อมติดโลโก้บนเสาหลังคา D-Pillar ล้อยังมีโลโก้ smart แบบลอยซึ่งจะไม่หมุนตามล้อ ช่วยเพิ่มภาพลักษณ์พรีเมี่ยม สำหรับผู้ที่ชอบการผจญภัยสามารถติดตั้งแพคเกจ Adventurers’ Collection เพิ่มได้ โดยจะเสริมกันกระแทกใต้ท้อง, ราวหลังคา, บันไดข้าง, บันไดปีนขึ้นหลังคารถ และที่เก็บของข้างเบาะมาให้



ห้องโดยสารของ smart#5 เป็นแบบ Intelligent Cockpit Experience มาพร้อมกับระบบแสดงผล Head-up Display เสมือนจริงขนาด 25.6 นิ้ว พร้อมมาตรวัด Ultra HD LCD ขนาด 10.3 นิ้ว และยังมีหน้าจอดแสดงผล AMOLED 2.5K ขนาด 13 นิ้ว อีกสองจอ ทั้งยังมีผู้ช่วยอัจฉริยะ AI ที่สามารถสั่งการได้ด้วยเสียง เพื่อควบคุมระบบต่างๆ ภายในรถยนต์ ส่วนเครื่องเสียงเป็นของ Sennheiser Signature มาพร้อมลำโพง 20 จุด กำลังขับสูงสุดมากกว่า 2,000 วัตต์ ส่วนระบบไฟ Ambient Lighting ปรับได้มากกว่า 256 สี
ด้านประโยชน์ใช้สอยของ smart#5 สามารถปรับเบาะเป็นเตียงได้หลายขนาด เสริมด้วยช่องเก็บของ 34 จุด, ช่องเก็บของใต้ฝากระโปรงหน้า 72 ลิตร และช่องของท้ายรถอีก 1,530 ลิตร ตัวเบาะปรับเอนนอนได้สูงสุด 121 องศา ทั้งยังมีระบบปรับอุ่นเบาะ, ไฟอ่านหนังสือแบบ LED เหมือนบนเครื่องบิน และม่านบังแดดปรับไฟฟ้า ส่วนวัสดุตกแต่งมีทั้งหนังตัดเย็บลายตัว V และลายไม้ Oak Wood
ขุมพลังของ smart#5 เป็นระบบไฟฟ้า EV มาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาด 100 kWh ขับขี่ได้ไกลสุดเป็นระยะทาง 740 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน CLTC ทั้งยังรองรับการชาร์จแบบ super-charging (4C) สามารถชาร์จไฟจาก 10 – 80% ภายในเวลาเพียง 15 นาที และชาร์จด้วยไฟบ้านขนาด 220 โวลต์ ส่วนรูปแบบการขับขี่สามารถปรับได้ทั้งแบบ Adaptive, Sand, Snow, Mud และ Rock




ที่มา: smart







