ตลาดรถตู้เพื่อการพาณิชย์พลังงานไฟฟ้า 100% ในประเทศไทย ถือเป็นตลาดหนึ่งที่ได้รับความสนใจจากแบรนด์ผู้ผลิตที่จะกระโดดลงมาสู่ตลาดนี้จากแนวโน้มความต้องการลดต้นทุนทางธุรกิจและพฤติกรรมการใช้งานที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งหนึ่งในผู้ผลิตที่ถูกกล่าวถึงจะต้องเป็น MAXUS (อ่านว่า แม็คซัส) ซึ่งเป็นแบรนด์ในเครือ SAIC กลุ่มบริษัทผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีนรายใหญ่ของโลก อย่างปฏิเสธไม่ได้
ย้อนกลับไปหลายคนคงรู้จักแบรนด์นี้ด้วยรถยนต์อเนกประสงค์ (MPV) พลังงานไฟฟ้า 100% อย่าง MG MAXUS 7 หรือ MG MAXUS 9 ซึ่งจัดจำหน่ายโดย บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ ที่รู้จักกันในแบรนด์ MG
กระทั่งล่าสุดในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 (Motor Show 2026) ใครที่มีโอกาสได้เดินไปที่งานจะเห็นว่า แบรนด์ MAXUS มีบูธที่จัดแสดงรถตู้เพื่อการพาณิชย์แยกออกจากแบรนด์ MG อาจสร้างข้อสงสัยว่ามีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ หรือไม่
Autolifethailand ได้สัมภาษณ์พิเศษ “หวัง หยิง” (WANG YING) ผู้จัดการทั่วไป แม็คซัส ไทยแลนด์ (General Manager of MAXUS THAILAND) โดยระบุว่า ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป แบรนด์ MAXUS ในส่วนธุรกิจรถยนต์เพื่อการพาณิชย์จะดำเนินงานภายใต้ “บริษัทแม่ประเทศจีน” ที่ได้เข้าจดทะเบียนบริษัทในประเทศไทยและดำเนินธุรกิจเอง
“ประเทศไทยถือเป็นตลาดที่ท้าทายแห่งหนึ่งของโลกด้วยความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และเซกเมนต์ ซึ่งบริษัทแม่ของ แม็คซัส อยากเข้ามาทำตลาดหลายครั้ง แต่ก่อนหน้านี้สิทธิ์การจำหน่ายของธุรกิจรถยนต์เพื่อการพาณิชย์อยู่ภายใต้แบรนด์เอ็มจี จนกระทั่งล่าสุดเราได้เข้ามาทำตลาดเอง”
ทั้งนี้ เป้าหมายในการดำเนินธุรกิจของ แม็คซัส ไทยแลนด์ จะโฟกัสลูกค้ากลุ่มเป้าหมายหลักคือ กลุ่มลูกค้าธุรกิจองค์กร (B2B) ซึ่งบริษัทมีจุดแข็งในการปรับแต่งรถตามวัตถุประสงค์การใช้งาน เช่น รถตู้สำหรับการขนส่ง, รถพยาบาลหรือรถฟู้ดทรัคส์เป็นต้น
สำหรับกลยุทธ์ในระยะแรกบริษัทได้ร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ (พาร์ทเนอร์) แต่งตั้ง บริษัท ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASAP เป็นผู้แทนจำหน่ายและบริการหลังการขายรายแรกที่มีความเชี่ยวชาญและอยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์มาอย่างยาวนาน หลังจากนั้นมีแผนขยายเครือข่ายผู้แทนจำหน่าย (โชว์รูมและศูนย์บริการ) จำนวน 20 แห่งในปี 2569 ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างความเชื่อมั่นต่อผลิตภัณฑ์เป็นหลัก โดยโชว์รูมแห่งแรกจะเปิดให้บริการได้ในช่วง ไตรมาส 3/2569 ย่านบางนา–ตราด
ขณะที่ แผนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในปีแรกบริษัทมีแผนการเปิดตัว 5 รุ่น ได้แก่ รถตู้เพื่อการพาณิชย์พลังงานไฟฟ้า 100% ในกลุ่ม eDeliver จำนวน 4 รุ่น คือ eDeliver 3, eDeliver 5, eDeliver 7, eDeliver 9 โดยเปิดให้จองล่วงหน้า (Pre-booking) ในงาน Motor Show 2026 และ รถกระบะไฟฟ้า 100% eTerron 9 จำนวน 1 รุ่น
นอกจากนั้น บริษัทมีแผนการประกอบหรือผลิตในประเทศไทยโดยมีหลากหลายรูปแบบได้แก่ การลงทุนตั้งโรงงานเอง หรือ การเจรจาการใช้โรงงานของ SAIC Motor CP ในประเทศไทย ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ทั้งรูปแบบการผลิตและรุ่นที่เหมาะสม คาดว่าภายในช่วงไตรมาส 2/2569 จะได้ข้อสรุป
ด้านเป้าหมายภายใน 2 ปีแรก (2569-2570) คาดว่าจะมียอดขายอยู่ที่ 5,000 คัน หรือคิดเป็น 10% ของตลาดรวมรถเพื่อการพาณิชย์ (Light Commercial Vehicle หรือ LCV) ในประเทศไทยที่มีอยู่ที่ราว 5 หมื่นคัน/ปี
อย่างไรก็ตาม แม็คซัสได้เริ่มขยายตลาดสู่ต่างประเทศตั้งแต่ปี 2554 โดยดำเนินธุรกิจในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก และในปี 2568 ได้ส่งมอบรถเชิงพาณิชย์ไปแล้วกว่า 222,000 คันทั่วโลก สำหรับตลาดเอเชีย MAXUS มียอดจำหน่ายมากกว่า 16,000 คันในปี 2568 (ไม่รวมประเทศจีน) โดยประเทศไทยถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงแต่บริษัทตั้งเป้าหมายแบบค่อยเป็นค่อยไป







