เตรียมเปิดตัวเข้าสู่ตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 (Motor Show 2026) สำหรับแบรนด์ LEPAS (อ่านว่า เลพาส) ซึ่งเป็นแบรนด์ภายใต้ Chery Group ที่พัฒนาขึ้นเพื่อทำตลาดในระดับ Global โดยได้มีการแนะนำแบรนด์ดังกล่าวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในโลกที่ประเทศจีนในช่วงเดือน เมษายน 2568 ที่ผ่านมา
สำหรับ เลพาส จะเป็นแบรนด์ที่ 4 (กลุ่มที่ 3) ของ Chery Group ในประเทศไทย หลังจากเปิดตัวแบรนด์ OMODA & JAECOO เป็นแบรนด์แรก และตามมาด้วยแบรนด์ CHERY ในลำดับถัดมา โดยแบรนด์ เลพาส จะถูกวางตำแหน่งให้เป็นแบรนด์ พรีเมี่ยม ไลฟ์สไตล์ เอสยูวี (Premium Lifestyle SUV) โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักของแบรนด์คือคนรุ่นใหม่
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : Chery Group เตรียมส่งแบรนด์ใหม่ “Lepas” ลุยตลาดเพิ่ม หวังยอดขายปี’69 โตสูง
Autolifethailand ได้ร่วมสัมภาษณ์พิเศษ Mr.Charles Wang LEPAS Country Director ถึงทิศทางในการดำเนินธุรกิจของแบรนด์ในประเทศไทย โดยระบุว่า ในช่วงงาน Motor Show 2026 นี้จะเป็นครั้งแรกของแบรนด์ที่ได้เปิดตัวสู่สาธารณชนให้เป็นที่รู้จัก (Brand Launch) และจะมีการนำผลิตภัณฑ์มาจัดแสดง 3 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ L4, L6 และ L8 ซึ่งถือเป็น 3 โมเดลที่จะมีการเปิดตัวและทำตลาดในประเทศไทยในปี 2569 นี้
สำหรับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในประเทศไทยบริษัทจะแนะนำ LEPAS L6 รถยนต์อเนกประสงค์ขนาดกลาง (C-SUV) พลังงานไฟฟ้า 100% เป็นรุ่นแรก ซึ่งการเปิดตัวดังกล่าวจะเป็นรุ่นพวงมาลัยขวาครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย โดยจะมีการเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการในช่วงเดือน มิถุนายน 2569 พร้อมการเปิดตัวแบรนด์อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ซึ่งจะสามารถส่งมอบได้ในช่วงเดือน กรกฎาคม 2569 หลังจากนั้นจะทยอยแนะนำผลิตภัณฑ์รุ่นที่เหลืออีก 2 รุ่น ลงสู่ตลาดตามมา
ทั้งนี้ บริษัทได้ศึกษาความต้องการของผู้บริโภคในประเทศไทยที่มีต่อแบรนด์รถยนต์สัญชาติจีนพบว่า ปัญหาการรออะไหล่นานและการบริการหลังการขายถือเป็นจุดที่ผู้บริโภคอยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด ดังนั้นบริษัทจึงได้ใช้ศักยภาพที่มีของ Chery Group ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อแบรนด์ เลพาส ในประเทศไทย
“บริษัทยืนยันว่า “เราจะเป็นแบรนด์ที่ไม่ต้องรออะไหล่” เนื่องจากรถยนต์ภายใต้แบรนด์ เลพาส จะมีการประกอบที่โรงงานในประเทศไทย ซึ่งจะมีชิ้นส่วนในรูปแบบ SKD มาเป็นอะไหล่รองรับความต้องการผู้บริโภคด้านบริการหลังการขาย โดยการประกอบรุ่น L6 จะเริ่มขึ้นที่โรงงานในประเทศไทยช่วงเดือน พฤษภาคม 2569”
ขณะที่ เลพาส ใช้คลังเก็บอะไหล่ร่วมกับ Chery Group ซึ่งได้ร่วมกับ ดีเอชแอล (DHL) โดยพื้นที่จัดเก็บรวมทุกแบรนด์กว่า 1,000 ตารางเมตร
ด้านแผนการแนะนำเทคโนโลยีภายใต้แบรนด์ดังกล่าวในประเทศไทยจะมุ่งเน้น 2 เทคโนโลยีหลัก ได้แก่ พลังงานไฟฟ้า 100% (BEV) และ ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ซึ่งถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่มีอัตราการเติบโตในหลายประเทศ โดยเฉพาะเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ บริษัทจะมุ่งเน้นการพัฒนาแอปพลิเคชั่น เลพาส ในการเป็นศูนย์กลางการควบคุมการทำงานของรถยนต์ รวมถึงการมอบสิทธิประโยชน์ให้กับผู้บริโภค โดยหลังจากนี้จะมีความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจในประเทศไทยครอบคลุมทั้งกลุ่ม ท่องเที่ยว, ไลฟ์สไตล์ และ อาหาร ซึ่งจะเป็นการสร้างคอมมูนิตี้ผู้ใช้งานสำหรับผู้บริโภค
อย่างไรก็ตาม เลพาส ได้แต่งตั้ง “จิตติศักดิ์ วงษ์ศิริ” เป็นผู้อำนวยการด้านการขายและการพัฒนาเครือข่ายผู้แทนจำหน่าย (Sales & Dealer Network Development Director) ซึ่งเป็นผู้บริหารชาวไทยคนแรกของแบรนด์ โดยมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์มาอย่างยาวนาน
นาย จิตติศักดิ์ วงษ์ศิริ ผู้อำนวยการด้านการขายและการพัฒนาเครือข่ายผู้แทนจำหน่าย LEPAS Thailand กล่าวว่า บริษัทมีแผนการขยายเครือข่ายศูนย์จำหน่ายและบริการ (โชว์รูม) โดยตั้งเป้าจะมีจำนวนอยู่ที่ 50 แห่ง ภายในปี 2569 นี้ พร้อมทั้งมีรูปแบบการขยายโชว์รูมร่วมกับผู้แทนจำหน่าย (ดีลเลอร์) ภายใต้ Chery Group ซึ่งสามารถตั้งโชว์รูม เลพาส ในบริเวณเดียวกันกับโชว์รูมเดิมของ OMODA & JAECOO และ CHERY ได้ แต่จะต้องแยกพื้นที่การจัดแสดงรถยนต์และส่วนการบริหารงานกันออกจากกันอย่างชัดเจน
ด้านเป้าหมายการจำหน่ายของแบรนด์นั้นจะขึ้นอยู่กับแผนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ โดยในระยะแรกจะมุ่งเน้นการโฟกัสที่การสร้างประสบการณ์ให้แก่ผู้บริโภค ซึ่งจะเห็นความชัดเจนของอัตลักษณ์แบรนด์ (CI) และ การสร้างการมีส่วนร่วมต่อแบรนด์ของผู้บริโภค ภายในงาน Motor Show 2026






