บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด เผยทิศทางและแผนธุรกิจครั้งใหญ่ในงาน Hyundai National Dealer Conference 2026 พร้อมฉายภาพแผนธุรกิจระยะกลางและระยะยาวของบริษัท ฮุนได มอเตอร์ ในช่วงปี 2568–2573 ที่พร้อมรุกตลาดเอเชียแปซิฟิกเต็มสูบ
ในปี 2568 ฮุนได มียอดขายรวมทั่วโลกประมาณ 4.2 ล้านคัน โดยภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมียอดขายราว 220,000 คัน คิดเป็นสัดส่วน 5% ของยอดขายทั่วโลก ซึ่งบริษัทตั้งเป้าเพิ่มยอดขายและส่วนแบ่งตลาดในภูมิภาคนี้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะตลาดที่มีศักยภาพสูงอย่างกลุ่มประเทศอาเซียน เพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขันกับผู้นำตลาดระดับโลก
สำหรับเป้าหมายระยะยาว ฮุนได ตั้งเป้ายอดขายทั่วโลกในปี 2573 ที่ 5.6 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 33% จากปี 2568 พร้อมขยับสัดส่วนยอดขายในเอเชียแปซิฟิกจาก 5% เป็น 8% หรือคิดเป็นประมาณ 380,000 คัน โดยคาดว่า ยอดขายในภูมิภาคนี้ จะมาจากรถพลังงานไฟฟ้าและยานยนต์ไฟฟ้ารูปแบบต่างๆ (xEV) ราว 52% ขณะที่รถยนต์สันดาป (ICE) จะอยู่ที่ 48% สะท้อนทิศทางการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานทางเลือกอย่างชัดเจน
Hyundai ยังเผยกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนการเติบโตทั่วโลกผ่านหลายแกนสำคัญ อาทิ แนวคิด “Localization” หรือการพัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการเฉพาะของแต่ละภูมิภาค เพื่อเพิ่มความสามารถในการตอบโจทย์ผู้บริโภคท้องถิ่นได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ บริษัท จะเพิ่มสัดส่วนรถ xEV และ SUV ในทุกภูมิภาค โดยเฉพาะตลาดนอกสหรัฐฯ ยุโรป และเกาหลีใต้ ซึ่งคาดว่าในบางประเทศ ยอดขายรถไฮบริด (HEV) จะเติบโตจนแซงหน้ารถสันดาปในอนาคตอันใกล้
อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญ คือการพัฒนา Software-Defined Vehicles (SDV) ผ่านการลงทุนด้านซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อสร้างความแตกต่างและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันผ่านการนำเสนอยานยนต์แห่งอนาคต พร้อมต่อยอดการประยุกต์ใช้ AI ในหลายมิติ รวมถึงเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ (Autonomous Driving) ซึ่งกำลังเป็นที่จับตาในฐานะหนึ่งในแรงขับเคลื่อนหลักของการเติบโตในระยะยาว
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : Hyundai ชี้ผลเสียของ “สงครามราคา” ต่อการพัฒนาอุตฯยานยนต์ในไทย
สำหรับ ฮุนได ประเทศไทย ในปี 2569 ได้ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 3,000 คัน พร้อมเผยไลน์อัปรถยนต์รุ่นใหม่เพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคอย่างครบถ้วนทั้ง ICE, Hybrid และ EV เพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่มรถพลังงานสะอาด ควบคู่การรักษาความต้องการในกลุ่มเครื่องยนต์สันดาป และจัดสัดส่วนยอดขาย ICE 40%, HEV 44% และ EV 16% โดยรถยนต์ EV ที่จะแนะนำสู่ตลาดในปีนี้จะเป็นรุ่นที่ประกอบในโรงงานในประเทศไทย ซึ่งโรงงานจะสามารถเดินสายพานการผลิตได้ในช่วงปลายไตรมาส 2/2569 ตอกย้ำการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยและสอดรับกับกลยุทธ์ของ ฮุนไดมอเตอร์ ที่ให้ความสำคัญกับเอเชียแปซิฟิกและอาเซียนมากขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนั้น ในปี 2569 บริษัทได้ใช้กลยุทธ์ Sports Marketing อย่างจริงจัง โดยฮุนไดเลือกกีฬา “ฟุตบอล” ในการสร้างการรับรู้แบรนด์และการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภคในวงกว้างในระดับอาเซียน และระดับโลกด้วยการร่วมสนับสนุนการแข่งขันฟุตบอลชิงเแชมป์แห่งชาติอาเซียน AFF HYUNDAI Cup และการแข่งขัน FIFA World Cup ซึ่งเตรียมต่อยอดกิจกรรมการตลาดที่เชื่อมโยงกับการแข่งขันทั้ง 2 รายการ ซึ่งจะทำให้ฮุนไดเป็นแบรนด์ที่เข้าไปมีส่วนร่วมกับประสบการณ์ ไลฟ์สไตล์ และแพชชันของผู้คนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะเดียวกัน บริษัทมีแผนการขยายตัวแทนจำหน่ายในพื้นที่ศักยภาพทั่วประเทศ ทั้งเมืองหลักและหัวเมืองรอง โดยฮุนได ให้ความสำคัญกับคุณภาพ มาตรฐานโชว์รูม และความสม่ำเสมอของประสบการณ์ลูกค้ามากกว่าการเพิ่มจำนวนสาขาเพียงอย่างเดียว พร้อมเดินหน้ายกระดับบริการหลังการขาย (After-Sales) ครอบคลุมทั้งงานซ่อม การจัดการอะไหล่ มาตรฐานศูนย์บริการ และการพัฒนาบุคลากรให้ได้คุณภาพสอดคล้องกันทั่วประเทศ รวมถึงกิจกรรมศูนย์บริการเคลื่อนที่ (Service Outreach Activity) กว่า 60 ครั้ง เพื่อขยายการเข้าถึงลูกค้าในเชิงรุกในกว่า 30 จังหวัดโดยเฉพาะพื้นที่ที่ยังไม่มีศูนย์บริการ ภายใต้แนวคิด “ใกล้หรือไกล ฮุนไดพร้อมดูแล ผ่านการนำทีมช่างผู้เชี่ยวชาญและอุปกรณ์มาตรฐานออกให้บริการถึงพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า กิจกรรมดังกล่าวครอบคลุมบริการตรวจเช็กสภาพรถฟรี 25 รายการ เช็กระยะ ซ่อมบำรุงรักษาทั่วไปโดยลูกค้ายังคงได้รับ มาตรฐานการบริการเดียวกับศูนย์บริการอย่างเป็นทางการของฮุนไดสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ








