Autolifethailand สัมภาษณ์พิเศษ Mr. Andrew Wang ประธานกรรมการบริหาร GAC AION Thailand ถึงแผนธุรกิจในปี 2569 กับความท้าทายของตลาดรถยนต์ในประเทศไทย
Mr. Andrew Wang ประธานกรรมการบริหาร GAC AION Thailand เปิดเผยว่า ยอดขายปี 2568 ของบริษัทอยู่ที่ราว 1.5 หมื่นคัน ซึ่งถือว่าเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ พร้อมการขยายศูนย์จำหน่ายและบริการ (โชว์รูม) จำนวนรวมอยู่ที่ 65 แห่งในปีที่ผ่านมา ประกอบกับได้มีการเปิดโชว์รูมรูปแบบใหม่ที่ประเทศไทยเป็นแห่งแรกและจะทยอยปรับเปลี่ยน โดยมีเป้าหมายการขยายโชว์รูมในปี 2569 เพิ่มขึ้นเป็น 100 แห่ง
ทั้งนี้ เป้าหมายยอดขายในปี 2569 คาดว่าจะเทียบเท่ากับปีที่ผ่านมาหรืออาจจะเติบโตเล็กน้อย เนื่องจากมองว่าเศรษฐกิจในประเทศไทยจะยังคงที่ เช่นเดียวกับตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่คงจะที่หรือเติบโตลดลงเล็กน้อย ซึ่งคาดว่าจะมีตัวเลขอยู่ที่ 1.1 แสนคัน
สำหรับแผนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในปี 2569 คาดว่าจะมีการเปิดตัวรถยนต์เทคโนโลยี Range-Extended Electric Vehicle (REEV) บนแพลตฟอร์มรถยนต์อเนกประสงค์ (SUV) ที่เคยมีการเปิดตัวไปแล้วในประเทศจีนที่ประเทศไทย รวมถึงยังมีแผนการเปิดตัว AION V รุ่น V500 ในช่วงงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ (Motor Show 2026) อีกทั้ง GAC M8 PHEV รุ่นอัปเกรด และการอัปเกรดซอฟต์แวร์ AION Y PLUS และ AION UT
“เรามองการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป และโฟกัสสิ่งที่ผู้บริโภคในประเทศไทยต้องการจริง ๆ ซึ่งต้องมั่นใจจริง ๆ ถึงจะนำมาเปิดตัวเพื่อตอบโจทย์ความมต้องการผู้บริโภค”
นอกจากนั้น ในปีนี้เราเน้นด้านบริการหลังการขาย เพื่อแก้ไขปัญหามุมมองผู้บริโภคที่มีต่อรถยนต์แบรนด์จีนว่าเน้นเฉพาะการขายและการทำราคาถูก ดังนั้นจึงมีการตั้งเป้าการสำรองอะไหล่ให้ครบ 100% และความรวดเร็วในการจัดส่งอะไหล่ อีกทั้งการมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ รวมถึงการรับประกันแบตเตอรี่ตลอดอายุการใช้งาน (Lifetime Warranty)
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ปรับเพิ่ม 80,000 ! AION UT รถไฟฟ้า100% ราคาอย่างเป็นทางการ : 549,900 – 649,900 บาท
อย่างไรก็ตาม บริษัทมีแผนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่จำนวน 2 รุ่นทุกปี รวมถึงในปี 2570 มีแผนการขยายกำลังการผลิตในโรงงานประกอบรถยนต์ในประเทศไทยเพื่อรองรับการผลิตที่เพิ่มขึ้นในอนาคต ซึ่งภายในปี 2570-2573 คาเว่ากำลังการผลิตในประเทศไทยจะอยู่ที่ราว 5 หมื่น – 1 แสนคัน
ขณะที่ แผนการขยายสถานีชาร์จไฟฟ้าความแรงสูง 240 kW ของแบรนด์ ที่ปัจจุบันมีจำนวน 60 แห่ง ในปีนี้มีแผนที่จะขยายเพิ่มเป็น 100 แห่ง ประกอบกับการเพิ่มหน่วยงานซ่อมแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าและแผนการนำกลับมาใช้ซ้ำ (Recycle Battery) โดยใน GACB Flagship Store Showroom ได้มีการขยายเปิดให้บริการซ่อมแบตเตอรี่และการลงทุนติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งระบบภายในโชว์รูม และมีแผนที่จะขยายศูนย์ซ่อมแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าไปยังหัวเมืองต่าง ๆ ของประเทศไทย
Mr. Wang กล่าวว่า บริษัทมีแผนการทำแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจรซึ่งรวมถึงการ รีไซเคิล แบตแตอรี่ ซึ่งบริษัทมีเทคโนโลยีในประเทศจีนแล้ว แต่การลงทุนนั้นจะต้องรอความชัดเจนจากรัฐบาลในการสนับสนุนหรือแนวทางการจัดการทั้งใน ด้านกฎหมาย และ ด้านนโยบาย ของประเทศ ซึ่งมองว่าจะต้องมีความชัดเจนในการวางแผนอนาคตมากกว่านี้เพื่อรองรับ โดยโรงงานรีไซเคิลแบตเตอรี่ที่จะเกิดขึ้นได้นั้นอาจจะต้องมีความสอดคล้องกับปริมาณรถด้วย
ด้านแบรนด์ HYPTEC ภายหลังนโยบาย ONE GAC บริษัทยืนยันว่ายังคงเดินทางการทำตลาดในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็น 1 ในโมเดลของแบรนด์ GAC ซึ่งจะมีการพัฒนาและอัปเกรด รวมถึงการเปิดตัวใหม่ในอนาคต แต่ยังไม่ใช่ในปี 2569 โดย HYPTEC ถือเป็นแบรนด์พรีเมี่ยมที่ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์แบรนด์ในประเทศไทย
“เป้าหมายระยะยาวในปี 2573 บริษัทมองว่าตลาดรถยนต์จะอยู่ในระดับ 6 แสนคัน และสัดส่วนของรถยนต์ไฟฟ้า 100% น่าจะไปถึงในระดับสัดส่วน 30% ตามที่รัฐบาลวางไว้ 30@30 ซึ่งในเวลานั้นคาดว่า GAC จะติดอันดับ Top 3 ของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าได้”







