นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ยอดจดทะเบียน รถยนต์ไฟฟ้า 100% ในประเทศไทย 11 เดือน (มกราคม–พฤศจิกายน) ของปี 2568 อยู่ที่ 104,342 คัน เติบโตขึ้น 67% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าที่อยู่ที่ 62,338 คัน ซึ่งเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ทั้งปี 2568 ไปแล้ว โดยมีโอกาสความเป็นไปได้ที่ยอดจดทะเบียนรถยนตไฟฟ้าในปีนี้จะไปถึง 120,000 คัน จากปัจจัยยอดจองภายในงาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 หรือ มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2025 (Motor Expo 2025) ที่มีสูงกว่า 81,147 คัน โดยส่วนใหญ่เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในสัดส่วนสูง
ทั้งนี้ อัตราการปฏิเสธสินเชื่อเริ่มลดลงจาก ที่ปรึกษาการขายเริ่มมีประสบการณ์ในการคัดกรองผู้ซื้อและเตรียมหลักฐานที่สถาบันการเงิน (ไฟแนนซ์) ต้องการทำให้มียอดขายและยอดส่งมอบเพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : สรุปยอดจองรถยนต์ ในงาน Motor Expo 2025 ครั้งที่ 42 (28 พ.ย. – 10 ธ.ค. 68) 13 วัน : รวม 81,147 คัน

นอกจากนั้น ปัจจัยที่น่าจับตาสำหรับ รถยนต์ไฟฟ้าในปี 2569 คือ ราคาแร่ลิเธียมไอออนในปัจจุบันเริ่มมีอัตราสูงขึ้นจาก 60,000 – 70,000 หยวน/ต้น ในช่วงกลางปี เพิ่มขึ้นเป็น 90,000 หยาว/ตัน ในปัจจุบัน อาจจะส่งผลต่อต้นทุนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในปี 2569 ได้ ซึ่งอาจจะต้องดูว่าการผลิตของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจะสามารถชดเชยต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นได้อย่างไร
สำหรับ ในปี 2569 คาดว่าตลาด รถยนต์ไฟฟ้า จะมีตัวเลขอยู่ที่ 110,000 – 120,000 คัน โดยมาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า EV 3.0 ที่จะสิ้นสุดลงในปี 2568 นี้ จะไม่มีผลกระทบต่อตลาดในปี 2569 มากนัก เนื่องจากยังมีมาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า EV 3.5 ที่ยังคงได้รับเงินสนับสนุนไม่เกิน 100,000 บาท/คัน และ ภาษีสรรพสามิต จาก 8% เหลือ 2% ยังมีความจูงใจในการซื้อให้แก่ผู้บริโภคที่สนใจได้อยู่
ด้าน การแข่งขันของสงครามราคา เชื่อว่าอาจจะยังมีอยู่ แต่ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละบริษัทว่าต้องการสร้างยอดขายได้มากน้อยขนาดไหน รวมถึงนโยบายทางการตลาด และ ต้นทุนการผลิต ที่จะเป็นตัวชี้วัดในการแข่งขันของตลาดในปี 2569





