slide 1
slide 1
Image Slide 2
Image Slide 2
previous arrowprevious arrow
next arrownext arrow
Homeสกู๊ปพิเศษเช็กกระแส! ภาคเอกชนอุตฯยานยนต์ "เลือกตั้ง 2569" ขอเน้นเสถียรภาพ

เช็กกระแส! ภาคเอกชนอุตฯยานยนต์ “เลือกตั้ง 2569” ขอเน้นเสถียรภาพ

เลือกตั้ง 2569 ที่ผลการเลือกตั้งล่าสุดจะเห็นโฉมหน้าของรัฐบาลใหม่ที่ชัดเจน ซึ่ง Autolifethailand ได้เช็กกระแสผลการเลือกตั้งจากฟากฝั่งเอกชนโดยเฉพาะในภาคการผลิตและอุตสาหกรรมยานยนต์

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (...) เปิดเผยถึงสถานการณ์ทางการเมืองและผลการเลือกตั้งล่าสุดว่า ภาคเอกชนขอเอาใจช่วยให้ประเทศไทยได้รัฐบาลที่เหมาะสม เป็นคนดี คนเก่ง และมีความรู้ความสามารถ เนื่องจากโฉมหน้าของรัฐบาลและคณะรัฐมนตรีมีผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและนักลงทุน พร้อมกันนี้อยากเห็นการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อให้การบริหารประเทศและการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ปี 2569 ถือเป็นปีที่ท้าทายอย่างมากของเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลก สิ่งที่ภาคเอกชนอยากฝากถึงรัฐบาลใหม่มากที่สุด คือ การเร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชน ซึ่งถือเป็นวิกฤตใหญ่ที่สุดในเวลานี้ โดยปัจจุบันหนี้ครัวเรือนของไทยอยู่ในระดับเกือบ 90% ต่อ GDP และหากรวมหนี้นอกระบบ ตัวเลขอาจสูงถึงประมาณ 104% สะท้อนว่ารายได้ของประชาชนจำนวนมากไม่สอดคล้องกับรายจ่าย ส่งผลให้กำลังซื้อในระบบเศรษฐกิจหายไปอย่างมาก

ประเด็นเร่งด่วนที่รัฐบาลใหม่ต้องเร่งดำเนินการอย่างน้อย 3–4 เรื่อง

  1. วิกฤติ SME โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่มีวงเงินสินเชื่อต่ำกว่า 500 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างน่ากังวล
  2. ภาคการส่งออก ซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทย กำลังเผชิญแรงกดดันจากค่าเงินบาทที่แข็งค่า ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขัน
  3. ปัญหาสภาพคล่องของ SME ที่เข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุน เนื่องจากสินเชื่อธนาคารหดตัวต่อเนื่อง สถาบันการเงินระมัดระวังการปล่อยกู้จากความเสี่ยง NPL ทำให้ผู้ประกอบการจำนวนมากขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรง รัฐบาลจึงจำเป็นต้องออกมาตรการอัดฉีดเม็ดเงินที่ตรงเป้าและแม่นยำ
  4. สินค้าราคาถูกจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากจีน ที่ทะลักเข้าสู่ตลาดทั้งในรูปแบบถูกกฎหมายและลักลอบ ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยจำนวนมากไม่สามารถแข่งขันได้และต้องปิดกิจการ
เลือกตั้ง 2569
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)

นายเกรียงไกร กล่าวว่า ในมุมมองของภาคธุรกิจพรรคการเมืองที่ได้รับคะแนนนิยมสูงในขณะนี้ โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทย ได้แสดงให้เห็นถึงการเตรียมความพร้อมด้านเศรษฐกิจในช่วงเวลาสั้น ๆ ผ่านการจัดตั้งทีมเศรษฐกิจที่มีประสบการณ์ มีโปรไฟล์ที่ดี และทำงานร่วมกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด ซึ่งถือเป็นมิติใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจและประชาชน

สิ่งที่ภาคเอกชนกังวลมาโดยตลอด คือ ความไม่ต่อเนื่องของนโยบาย แต่หากมีสัญญาณว่าทีมเศรษฐกิจชุดเดิมสามารถทำงานต่อเนื่องได้ ก็จะช่วยให้มาตรการต่าง ๆ เดินหน้าได้ทันที โดยเฉพาะการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ที่มีการประชุมหารือในระดับคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจอย่างสม่ำเสมอ และมีการผลักดันมาตรการเร่งด่วนในลักษณะ “Quick Big Win” ซึ่งเริ่มเห็นผลในระยะสั้น

อย่างไรก็ตาม หากมีการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีเต็มรูปแบบ ภาคเอกชนอยากเห็นการเสริมบุคลากรมืออาชีพในกระทรวงเศรษฐกิจสำคัญ เพื่อให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจเป็นไปอย่างครบถ้วนและมีพลังมากยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนและ กกร. เห็นตรงกันว่า การแก้ปัญหาคอร์รัปชันต้องถูกยกระดับเป็นวาระสำคัญของประเทศ เนื่องจากคอร์รัปชันเปรียบเสมือนมะเร็งร้ายที่กัดกร่อนระบบเศรษฐกิจ และเป็นต้นเหตุของการรั่วไหลของงบประมาณ หากสามารถปราบปรามได้ จะช่วยอุดรูรั่วและเพิ่มประสิทธิภาพของมาตรการเศรษฐกิจในภาพรวม

เงื่อนไขสำคัญที่ภาคเอกชนมองว่าเป็นหัวใจของเสถียรภาพทางการเมือง คือ การรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลให้ได้มากกว่า 300 เสียง เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจเป็นไปอย่างราบรื่น ลดแรงเสียดทาน และสร้างความมั่นใจต่อการทำงานของรัฐบาลในระยะยาว

ขณะเดียวกัน พรรคการเมืองที่เข้าร่วมรัฐบาล ควรเป็นพรรคที่เมื่อรวมกันแล้วสามารถเสริมภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นให้กับรัฐบาลได้ ทั้งในสายตาประชาชน และนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

หากรัฐบาลใหม่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือการใช้อำนาจนั้นเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างจริงจัง เลือกทีมงานที่เป็นมืออาชีพ สร้างความเชื่อมั่น และทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถผ่านช่วงเวลาที่ท้าทายนี้ไปได้อย่างมั่นคง

ยอดขายรถยนต์

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ คือที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (...) กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลใหม่มีเสถียรภาพและอยู่ให้ครบวาระการทำงาน 4 ปี เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน ประกอบกับการสนัลสนุนส่งเสริมนักลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อนำพาประเทศไทยให้ก้าวผ่านปัญหาเศรษฐกิจที่ตกต่ำมานานหลายปี รวมถึงการลดค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน รวมถึงการลดค่าครองชีพให้กับประชาชน ซึ่งจะเป็นการเพิ่มรายได้ทางอ้อมและส่งเสริมในภาคสินค้าอุปโภคบริโภคและเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ การส่งเสริมนโยบายความเป็นกลางทางคาร์บอนฯ และยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงยานยนต์สมัยใหม่ ให้มีความต่อเนื่อง อีกทั้งการผลิตแบตเตอรี่และชิ้นส่วนต่าง ๆเพื่อส่งเสริมให้เกิดการลงทุนและการถ่ายทอดเทคโนโลยี ซึ่งประเทศไทยมีความพร้อมในด้านการเป็นฐานการผลิตรถยนต์ทุกประเภททั้ง รถยนต์สันดาปภายใน (ICE), รถยนต์ไฮบริด (HEV), รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) รวมถึง รถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV)

นอกจากนั้น อยากให้รัฐบาลพิจารณาส่งเสริมสถาบันการเงิน (ไฟแนนซ์) ในการอนุมัติสินเชื่อโดยเฉพาะรถกระบะที่มีสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) มากกว่า 90% ซึ่งหากสนับสนุนให้สามารถเกิดการผลิตได้มากกว่าในปีก่อนหน้าก็ถือว่าได้สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจได้มากขึ้น โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาการผลิตรถกระบะในประเทศไทยลดลงไปมากกว่า 3 แสนคัน ส่งผลให้แรงงานในอุตสาหกรรมมีรายได้ลดลง

นาย กฤษฎา อุตตโมทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า ผู้ประกอบการไทยในอุตสาหกรรมยานยนต์คาดหวังให้รัฐบาลใหม่ สานต่อทิศทางนโยบายด้านยานยนต์และการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์พลังงานสะอาดอย่างชัดเจน ต่อเนื่อง และมีเสถียรภาพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุนระยะยาว และรักษาความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตยานยนต์ของภูมิภาค รวมทั้งการเดินหน้าเจรจา FTA กับประเทศคู่ค้าต่างๆให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับ ประเด็นเร่งด่วนที่อยากให้รัฐบาลดำเนินการได้แก่ การพิจารณามาตรการเพื่อรักษาสมดุลของห่วงโซ่มูลค่าอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ โดยเฉพาะการกำกับดูแลราคาจำหน่ายให้เหมาะสม เพื่อป้องกันการทุ่มตลาด (price dumping) ซึ่งอาจกระทบต่อผู้ประกอบการไทยและความยั่งยืนของอุตสาหกรรมในระยะยาว รวมถึงสนับสนุนกลไกที่ช่วยเอื้อต่อการส่งออก และการพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรและ startup ในอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต เพื่อช่วยยกระดับความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในตลาดโลก

- Advertisement -spot_img
Mitsubishi Mega Deal
Mitsubishi Mega Deal
ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แบล็ก เอดิชัน
ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แบล็ก เอดิชัน
previous arrow
next arrow
- Advertisement -spot_img

Stay Connected

500,000FansLike
14,000FollowersFollow
203,000FollowersFollow
319FollowersFollow
114,000SubscribersSubscribe

Must Read

Related News