slide 1
slide 1
Image Slide 2
Image Slide 2
previous arrowprevious arrow
next arrownext arrow
Homeข่าวสารAUMOVIO ยืนยันสงครามกระทบต้นทุน "ชิ้นส่วน-รถยนต์" ปรับขึ้นราคาแน่

AUMOVIO ยืนยันสงครามกระทบต้นทุน “ชิ้นส่วน-รถยนต์” ปรับขึ้นราคาแน่

หากกล่าวถึงกลุ่มธุรกิจของ คอนติเนนทอล (Continental) หลายคนคงนึกถึง ยางรถยนต์ เป็นหลักอย่างแน่นอน แต่กลุ่มธุรกิจไม่ได้มีแต่เพียงยางรถยนต์เท่านั้น หากกล่าวถึงธุรกิจที่สร้างรายได้หลักของคอนติเนนทอลนั้นคือ เทคโนโลยียานยนต์ ซึ่งมีสัดส่วนรายได้ให้บริษัทกว่า 70%

ทั้งนี้ ในช่วงเดือนกันยายน 2568 คอนติเนนทอล ได้ก่อตั้งบริษัท AUMOVIO (ออโมวีโอ) ซึ่งเป็นการแยกธุรกิจเทคโนโลยียานยนต์ออกมาบริหารจัดการแยกออกจากกลุ่มธุรกิจอื่น ๆ เพื่อความชัดเจนในการพัฒนาเทคโนโลยีที่รองรับทิศทางของอุตสาหกรรมซึ่งกำลังก้าวสู่ยุคของยานยนต์ที่เชื่อมต่ออัจฉริยะและขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์มากขึ้น

ล่าสุด ได้ประกาศเปิดตัว บริษัท ออโมวีโอ (ประเทศไทย) จำกัด อย่างเป็นทางการในประเทศไทยในฐานะบริษัทเทคโนโลยียานยนต์อิสระ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการดำเนินธุรกิจในภูมิภาคอาเซียนและบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางยุทธศาสตร์ด้านการเติบโต ความร่วมมือ และนวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคตของภูมิภาค

ดร. ณรงค์ศักดิ์ รัตนสุวรรณชาติ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย และการตลาดภูมิภาคอาเซียน  และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ออโมวีโอ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้พัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ระดับโลกจากยุโรป กล่าวว่า การเปิดตัวในประเทศไทยครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นระยะยาวของ AUMOVIO ต่อภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ
ความตั้งใจที่จะทำงานร่วมกับลูกค้า และพันธมิตรอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้นทั่วทั้งอาเซียน โดยประเทศไทยมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในฐานะฐานยุทธศาสตร์ที่เอื้อต่อการพัฒนาเทคโนโลยี การทำงานร่วมกันในระดับภูมิภาค และการต่อยอดสู่การใช้งานจริงได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

AUMOVIO นำเสนอพอร์ตโฟลิโอเทคโนโลยียานยนต์ครบวงจร ครอบคลุมทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และบริการ
สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยแบ่งการดำเนินธุรกิจออกเป็น 4 กลุ่มหลักได้แก่

  1. Autonomous and Commercial Mobility (ACM) สำหรับโซลูชันการขับขี่แบบช่วยเหลือ กึ่งอัตโนมัติ และอัตโนมัติ รวมถึงยานยนต์เพื่อการพาณิชย์ และยานยนต์เฉพาะทาง
  2. Architecture and Network Solutions (ANS) สำหรับเทคโนโลยีด้านการประมวลผลสมรรถนะสูง
    (high performance computing)
    สถาปัตยกรรมแบบโซน (zonal architectures) ระบบการเชื่อมต่อและเทเลเมติกส์ (connectivity and telematics) ระบบปฏิบัติการ และมิดเดิลแวร์ (operating systems and middleware) กล่องควบคุมเครื่องยนต์ด้วยระบบเอดจ์ (edge ECUs) ช่วยให้เข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว และบริการด้านการบูรณาการระบบ
  3. Safety and Motion (SAM) สำหรับเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยและการควบคุมการเคลื่อนไหวแบบบูรณาการเช่นระบบเบรกถุงลมนิรภัยเซ็นเซอร์และระบบกันสะเทือนถุงลมไฟฟ้าและ
  4. User Experience (UX) ที่มุ่งยกระดับประสบการณ์ภายใน ห้องโดยสารผ่านระบบหน้าจอดิจิทัล โซลูชันการแสดงผล และ head-up displays

AUMOVIO

ขณะเดียวกัน ยังได้มีการนำเสนอเทคโนโลยี Automated parking ที่ออกแบบมาเพื่อให้ฟังก์ชันการจอดรถขั้นสูงใช้งานได้ง่ายและเป็นธรรมชาติมากขึ้นในสถานการณ์ประจำวัน ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถรับมือกับทางโค้ง พื้นที่แคบ ช่องจอดขนาน และสถานการณ์การจอดที่ซับซ้อนได้อย่างมั่นใจมากขึ้น รวมถึงโซลูชัน approach-detection และ deviceless access ซึ่งผสานการทำงานของเรดาร์ ultra-wideband (ultra-wideband radar) อัลกอริทึม AI (AI algorithms) เซ็นเซอร์ที่มีอยู่ในรถ และเทคโนโลยี camera-based sensor fusion เพื่อยกระดับประสบการณ์การเข้าถึงรถให้ใช้งานสะดวก ปลอดภัย และเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม ยังมีแผนพัฒนาระบบเบรกรุ่นใหม่ของ AUMOVIO ซึ่งมาในรูปแบบพอร์ตโฟลิโอแบบโมดูลาร์ 4 ระดับ ตั้งแต่ระบบเบรกแบบเปียกไปจนถึงระบบเบรกแบบแห้งเต็มรูปแบบ รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยี brake-by-wire ที่มุ่งยกระดับสมรรถนะการขับขี่ รองรับการควบคุมแรงเบรกอย่างอิสระ ช่วยเพิ่มระยะทางการขับขี่ของรถยนต์ไฟฟ้า และลดภาระการบำรุงรักษา ขณะเดียวกัน บริษัทยังได้นำเสนอเทคโนโลยี window projection ที่เปลี่ยนกระจกรถด้านข้างให้กลายเป็นพื้นที่แสดงผลข้อมูลแบบเฉพาะบุคคลและแบบเรียลไทม์ เปิดโอกาสใหม่ด้านการสื่อสาร การโต้ตอบ และประสบการณ์ผู้ใช้รถยนต์

AUMOVIO

สำหรับ ประเทศไทยถือเป็นสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคด้านการขายและกำหนดทิศทางการดำเนินธุรกิจในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งแม้ว่าธุรกิจยานยนต์ทั่วโลกจะชะลอตัวลง แต่บริษัทจะมุ่งน้นการรักษาการทำกำไรทางธุรกิจไว้ โดยเฉลี่ยรายได้ของบริษัทในประเทศไทยอยู่ที่ราว 100 ล้านยูโร/ปี โดยอยู่ในระดับทรงตัวมาแล้ว 2 ปี เนื่องจาก กลุ่มธุรกิจคู่ค้าหลักของบริษัท ที่เป็นผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นอยู่ในภาวะชะลอตัวต่อเนื่อง ดังนั้น บริษัทจึงต้องมุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุน และพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อนำเสนอ ตามความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการรถยนต์ที่น่าสนใจ

ดร. ณรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า ด้านสถานการณ์การสงครามในตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลต่อราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นและกระทบต่อราคาน้ำมันซึ่งเป็นต้นทุนค่าขนส่งหลัก รวมถึงการขาดแคลนชิ้นส่วนที่เริ่มเกิดปัญหาขาดแคลนแล้ว และไม่ว่าสถานการณ์จะยืดเยื้อหรือไม่ จะส่งผลกระทบต่อการปรับขึ้นราคาชิ้นส่วนยานยนต์และราคารถยนต์ ซึ่งคาดว่าจะต้องมีการปรับขึ้น 1-2% อย่างแน่นอน แต่ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละบริษัทหรือแต่ละแบรนด์จะบริหารจัดการเพื่อไม่ให้กระทบอย่างไรต่อราคาจำหน่ายสู่ผู้บริโภค

นอกจากนั้น ในช่วงที่ผ่านมาซึ่งมีบริษัทผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีนเข้ามาลงทุนในประเทศไทยจำนวนมาก ดึงดูดการลงทุนให้เกิดขึ้นในประเทศไทยได้จริง แต่ในอีกแง่หนึ่งด้านผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศไทยไม่ได้รับประโยชน์จากการเข้ามาลงทุนดังกล่าวเพื่อผลิตรถยนต์ในประเทศไทยเลย เพราะเงื่อนไขของรัฐบาลในด้านการกำหนดการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) ที่มีช่องว่างและอาจจะไม่ได้สนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยได้รับประโยชน์จากการลงทุนดังกล่าว จึงอยากนำเสนอรัฐบาลให้ความสำคัญเพื่อสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยและขับเคลื่อนผู้ประกอบการไทย

- Advertisement -spot_img
Mitsubishi Mega Deal
Mitsubishi Mega Deal
ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แบล็ก เอดิชัน
ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แบล็ก เอดิชัน
previous arrow
next arrow
- Advertisement -spot_img

Stay Connected

500,000FansLike
14,000FollowersFollow
203,000FollowersFollow
319FollowersFollow
114,000SubscribersSubscribe

Must Read

Related News