ปอร์เช่ (Porsche) เปิดตัวรถยนต์ต้นแบบ ปอร์เช่ มิชชั่น เอส (Porsche Mission S) ครั้งแรกของโลก ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะสะท้อนทิศทางด้านการออกแบบและแนวคิดรายละเอียดในอนาคตของ ปอร์เช่ ภายใต้การปรับทิศทางเชิงกลยุทธ์ Sportwagenschmiede ’35
ดร. ไมเคิล ไลเทอร์ส (Dr Michael Leiters) ประธานคณะกรรมการบริหาร ปอร์เช่ เอจี กล่าวว่า การออกแบบรถยนต์ต้นแบบคันนี้ได้สะท้อนเอกลักษณ์ด้านการออกแบบของ ปอร์เช่ อย่างชัดเจน ที่เชื่อมโยงรายละเอียดให้เป็นหนึ่งเดียวและคงความร่วมสมัยอยู่เสมอ นอกจากนั้น ยังแสดงถึงแนวทางการพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับรถสปอร์ตสมรรถนะสูงเครื่องยนต์วางกลางที่วางตำแหน่งสูงกว่า ปอร์เช่ 911 โดยไม่ได้เป็นเพียงไฮเปอร์คาร์รุ่นพิเศษที่ผลิตขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่เป็นการเติมเต็มทางเลือกที่หลากหลายและเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับลูกค้าในระยะยาว
โทเบียส ซูลมันน์ (Tobias Sühlmann) หัวหน้าฝ่ายออกแบบสไตล์ปอร์เช่ (Style Porsche) กล่าวว่ารถยนต์ต้นแบบคันนี้แสดงให้เห็นถึงทิศทางหลักที่บริษัทจะนำไปใช้ในการพัฒนากลุ่มผลิตภัณฑ์ในอนาคตอันใกล้นี้ซึ่งผสมผสานแพลตฟอร์มของรถสปอร์ตสมรรถนะสูงเครื่องยนต์วางกลางอันทรงพลังเข้ากับภาษาการออกแบบที่ชัดเจนโดยได้แรงบันดาลใจจากปอร์เช่รุ่นสำคัญในอดีตที่สร้างเอกลักษณ์ให้กับแบรนด์ภายในห้องโดยสารเน้นความเรียบง่ายพร้อมจัดวางอุปกรณ์ให้เหมาะกับสรีระและความสะดวกต่อการใช้งานของผู้ขับขี่รวมถึงผสานการควบคุมแบบอนาล็อกเข้ากับระบบดิจิทัลอย่างลงตัวเพื่อรองรับการใช้งานในอนาคตการออกแบบยังตั้งใจลดทอนพื้นที่หน้าจอดิจิทัลเพื่อเน้นให้ผู้ขับขี่มีปฏิสัมพันธ์กับตัวรถได้โดยตรง
สำหรับ การออกแบบภายนอกได้นำเอกลักษณ์การออกแบบของปอร์เช่มาต่อยอดสู่อนาคต ทั้งซุ้มล้อรูปทรงคล้ายตอร์ปิโด (Torpedo), เส้นสายของหลังคาที่เป็นเอกลักษณ์ และสัดส่วนตัวถังที่กว้างและต่ำลงอย่างชัดเจน พร้อมเน้นเส้นสายที่เรียบง่ายและชัดเจนเป็นพิเศษ โดยมีเส้นสายหลักพาดรอบตัวรถ เชื่อมโยงการออกแบบของไฟหน้าและไฟท้ายเข้าด้วยกันอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งแนวคิดการออกแบบโครงสร้างน้ำหนักเบา โดยมีรถปอร์เช่รุ่นสำคัญในอดีตเป็นแรงบันดาลใจในรายละเอียดสำคัญต่าง ๆ
รถต้นแบบคันนี้มีสัดส่วนที่เป็นเอกลักษณ์จากโครงสร้างแบบเครื่องยนต์วางกลาง โดยตำแหน่งเครื่องยนต์บริเวณกลางตัวรถช่วยให้ออกแบบเส้นสายหลังคาที่ลาดต่อเนื่องไปถึงท้ายรถ หรือ Flyline ที่คุ้นเคยได้ ซึ่งรายละเอียดทางเทคนิคต่าง ๆ ได้ผสานการใช้งานและการออกแบบไว้ด้วยกันตามแบบฉบับของปอร์เช่ ทั้งระบบระบายความร้อนที่สะท้อนแนวคิดจากพัดลมหม้อน้ำ และปีกหลังที่ปรับระดับได้
ภายในห้องโดยสารสะท้อนความตั้งใจที่จะกลับมาให้ความสำคัญกับคุณค่าของวิศวกรรมรถสปอร์ตโดยนำมาเป็นหลักในการออกแบบมีเส้นสายหลักสองแนวเชื่อมแผงหน้าปัดและแผงประตูเข้าด้วยกันซึ่งเส้นสายเหล่านี้ให้ความรู้สึกอันเป็นเอกลักษณ์ของการนั่งลึกลงไปในตัวรถพร้อมเชื่อมโยงดีไซน์ภายในกับภายนอกผ่านการออกแบบที่สอดคล้องกันอีกทั้งยังช่วยให้ห้องโดยสารดูเรียบง่ายร่วมสมัยอยู่เสมอและดึงสายตาไปยังส่วนที่สำคัญการผสานชุดควบคุมแบบอนาล็อกเข้ากับระบบดิจิทัลอย่างกลมกลืนสร้างบรรยากาศที่ทั้งคุ้นเคยและทันสมัยโดยใช้สวิตช์และปุ่มกดแบบคลาสสิกร่วมกับจอแสดงผลสมัยใหม่พร้อมจัดวางให้เหมาะกับสรีระและใช้งานสะดวก
Porsche Mission S เลือกใช้โทนสีขาว เทา และแดง เพื่อสะท้อนเอกลักษณ์ของรถแข่งปอร์เช่ที่ประสบความสำเร็จในอดีต และปอร์เช่ได้พัฒนาเฉดสีขึ้นเป็นพิเศษ ได้แก่ Firn White Metallic, Light Red Metallic, Black Chrome และ Special Black สำหรับภายในห้องโดยสารโดยได้นำสีคลาสสิกของปอร์เช่มอเตอร์สปอร์ตมาถ่ายทอดในรูปแบบใหม่
นอกจากการพัฒนารูปแบบห้องโดยสารแล้ว ปอร์เช่ยังมุ่งเน้นประสบการณ์ของผู้ขับขี่ โดยผสานการควบคุมแบบอนาล็อกเข้ากับระบบดิจิทัลให้ทำงานร่วมกันอย่างลงตัว เน้นความเรียบง่าย ชัดเจน และใช้งานได้อย่างเป็นธรรมชาติ มากกว่าการเพิ่มจำนวนหน้าจอและฟังก์ชันต่าง ๆ
แนวคิดนี้ให้ความสำคัญกับการจัดวางอุปกรณ์โดยมีผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง ปอร์เช่จัดวางชุดควบคุมทั้งหมดให้หันเข้าหาผู้ขับขี่ พร้อมให้ผู้ขับขี่รับรู้การตอบสนองผ่านการสัมผัสและหน้าจอดิจิทัล เพื่อให้ผู้ขับขี่ควบคุมการทำงานต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกและเป็นธรรมชาติ มาตรวัดทรงกลม 5 ช่องด้านหลังพวงมาลัยสะท้อนเอกลักษณ์อันโดดเด่นของปอร์เช่โดยมีมาตรวัดรอบเครื่องยนต์อยู่ตรงกลางผสานเข็มมาตรวัดแบบดั้งเดิมเข้ากับจอแสดงผลที่อยู่ด้านหลังโดยมาตรวัดรอบเครื่องยนต์สามารถปรับเลื่อนเข้าใกล้ผู้ขับขี่ได้ตามโหมดการขับขี่ที่เลือกเพื่อช่วยให้จดจ่อกับการขับขี่ได้มากขึ้น
นอกจากนี้ ชุดมาตรวัดยังปรับการจัดเรียงตามโหมดการขับขี่ โดยแต่ละช่องสามารถเรียงกันหรือซ้อนเหลื่อมกันในแนวหน้าและหลัง เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานในแต่ละโหมด รวมทั้งจุดเด่นเพิ่มเติม ได้แก่ ช่องสำหรับวางกุญแจที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษ ซึ่งอยู่ทางซ้ายของพวงมาลัยตามแบบฉบับของปอร์เช่ และชุดควบคุมใหม่บนแผงหน้าปัดที่ใช้งานด้วยการกดและดึง เพื่อเข้าถึงฟังก์ชันด้านความสะดวกสบายและการขับขี่ได้โดยตรง อีกทั้งสปอร์ต โครโน (Sport Chrono) ในรูปแบบใหม่ยังได้ผสานเอกลักษณ์แบบอนาล็อกเข้ากับความแม่นยำของระบบดิจิทัลอีกด้วย
ปอร์เช่วางแนวทางการออกแบบแผงหน้าปัดโดยไม่ติดตั้งจอกลางหรือจอสำหรับผู้โดยสารแบบถาวร แต่เลือกใช้แท่นวางสมาร์ทโฟนแบบเลื่อนเก็บได้ที่รองรับเทคโนโลยี MagSafe เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถใช้สมาร์ตโฟนส่วนตัวเป็นหน้าจอนำทางหรือแสดงข้อมูลได้เมื่อต้องการ ขณะที่แอปพลิเคชัน My Porsche มาพร้อมเมนูที่เรียบง่ายและชัดเจน รวมถึงเลือกรูปแบบหน้าปัดดิจิทัลสำหรับมาตรวัดทรงกลมที่ได้แรงบันดาลใจจากดีไซน์ในอดีต แนวคิดการออกแบบห้องโดยสารนี้ให้ความสำคัญกับประสบการณ์การขับขี่เป็นอันดับแรก พร้อมมอบความยืดหยุ่นและความสะดวกสบายสูงสุดในการใช้งาน
ปอร์เช่วางแผนเพิ่มรถสปอร์ตสมรรถนะสูงที่วางตำแหน่งเหนือกว่า ปอร์เช่ 911 (Porsche 911) รถสปอร์ตที่เป็นเอกลักษณ์ของปอร์เช่ ให้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์อย่างถาวรเป็นครั้งแรก โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนคือมาตรฐานสูงสุดด้านวิศวกรรมและความยืดหยุ่นสูงสุดในการพัฒนา ทั้งหมดนี้มีรากฐานมาจากประสบการณ์ในมอเตอร์สปอร์ตนานหลายทศวรรษ นวัตกรรมล้ำสมัยที่สะท้อนเอกลักษณ์ของปอร์เช่ และวิสัยทัศน์การออกแบบที่มุ่งสู่อนาคตซึ่งปอร์เช่ได้เผยให้เห็นผ่านรถยนต์ต้นแบบคันดังกล่าว










