Homeสกู๊ปพิเศษรายงานพิเศษGAC เปิดตัวรถใหม่ 3-4 รุ่น พร้อมควัก 5,000 ล้านบาทตั้งโรงงานแห่งที่ 2

GAC เปิดตัวรถใหม่ 3-4 รุ่น พร้อมควัก 5,000 ล้านบาทตั้งโรงงานแห่งที่ 2

GAC Aion คาดโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ ทำราคารถไฟฟ้า และรถพลังงานใหม่ ราคาขยับอย่างน้อย 50,000 บาท/คัน ปรับแผนเปิดตัวเทคโนโลยี REEV ไปปี 2570 รอความชัดเจนภาษี แต่ยังมั่นใจตลาดรถยนต์ยังไปได้ดี จ่อเปิดตัวรถรุ่นใหม่ 3-4 รุ่น พร้อมตั้งเป้าขายปีหน้า 50,000 คัน ขึ้น 1 ใน 3 ของทุกเซกเมนต์ เตรียมควัก 5,000 ล้าน สร้างโรงงานแห่งที่ 2

Autolifethailand.tv ได้สัมภาษณ์พิเศษ Mr.Andrew Wang ประธานกรรมการบริหาร GAC AION Thailand เกี่ยวกับทิศทางธุรกิจของ GAC ในประเทศไทย ว่า ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา GAC ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ไปเพียงรุ่นเดียวนั่นคือ GAC GN8 ซึ่งเป็นรถในกลุ่ม MPV ขนาด 3 แถวในเทคโนโลยี PHEV แต่ยอดขายรถยนต์ของ GAC ที่ผ่านมายังอยู่ในระดับที่น่าพอใจ โดยในช่วง 8 เดือน (มกราคม–สิงหาคม) ของปี 2569 นี้ ทาง GAC มียอดขายสูงกว่ายอดขายทั้งปีของปี 2568 ที่ผ่านมา และในปีนี้คาดว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายยอดขายได้มากกว่า 25,000 คัน

ทั้งนี้ บริษัทมีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้อีก 2 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ Aion i60 และ Aion UT Cross เพื่อผลักดันยอดขายให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดย Aion UT Cross นั้นเพิ่งเปิดตัวที่ยุโรป ไปเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา 

GAC
Mr.Andrew Wang ประธานกรรมการบริหาร GAC AION Thailand

สำหรับในปี 2570 บริษัทมีแผนการเปิดตัวรถยนต์ 4 รุ่น ด้วยกันได้แก่ Aion N60, Aion B10, Hyptec s600 และ รถยนต์อเนกประสงค์ขนาดเล็ก (Compact SUV) ซึ่งคาดว่าในปี 2570 เป้าหมายยอดขายจะอยู่ที่ราว 50,000 คัน และคาดว่าในปีหน้าบริษัทจะสามารถติดอันดับ 1 ใน 3 ของตลาดรถยนต์ได้ในทุกเซกเมนต์สินค้า

“แม้ว่าสถานการณ์ตลาดในประเทศไทยในช่วงปลายปีนี้ถึงปีหน้าจะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ ที่จะมีอัตราภาษีที่เปลี่ยนแปลงตามสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ รวมถึง มาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า EV3.5 ที่สิ้นสุดลง จะส่งผลให้ระดับราคารถยนต์ทั้งตลาดเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 50,000 บาทในแต่ละรุ่นเมื่อเทียบกับปัจจุบัน ซึ่งการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางภาษีสรรพสามิตที่ยังไม่มีข้อสรุปส่งผลให้บริษัทต้องเลื่อนการเปิดตัวเทคโนโลยี ในปีนี้ออกไปเพื่อรอดูความชัดเจนในเรื่องภาษี”

ขณะที่แผนระยะกลาง 3 ปี (2569-2571) บริษัทมีแผนการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่อย่างน้อย 8-10 รุ่น ทั้งแบรนด์ของ Aion และ Hyptec รวมถึงจะมีการนำเสนอเทคโนโลยี Range Extended Electric Vehicle (REEV) มาจำหน่ายในประเทศไทยเพิ่มขึ้นด้วย โดยคาดว่าสัดส่วนของการจำหน่ายแบ่งตามประเภทของเทคโนโลยีจะอยู่ที่ BEV 70% และ REEV 30%

MR.Wang กล่าวถึงความร่วมมือกันระหว่าง แบรนด์ GAC และ Huawei ที่กำลังพัฒนาไปสู่การจัดตั้งแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมร่วมกันอย่างเป็นทางการในชื่อแบรนด์ว่า Qijing (ฉีจิ้ง) โดยตั้งเป้าหมายบุกตลาดรถยนต์อัจฉริยะ New Energy Vehicle (NEV) ระดับไฮเอนด์ซึ่งในประเทศไทยก็มีความเป็นไปได้ว่าจะมีการเปิดตัวรถยนต์แบรนด์ดังกล่าวเช่นเดียวกันแต่ต้องรอความชัดเจนทั้งหมดหลังจากนี้อีกครั้ง

ขณะที่ แผนการประกอบรถยนต์รุ่นใหม่ของ GAC จากในโรงงาน ไอออน ออโตโมบิล แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) นั้นทางบริษัทมีแผนเพิ่มการประกอบรถยนต์รุ่นใหม่อีก 3-4 รุ่น ในเร็วๆนี้ และมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตจาก 50,000 คันต่อปี เป็น 100,000 คันต่อปีภายในปี 2570 ทั้งนี้ในปัจจุบัน บริษัทมีความร่วมมือกับบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศไทย (Local Supplier) แล้วจำนวน 20 ราย และมีแผนการเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มปริมาณ local content เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

GAC

อย่างไรก็ตาม การเข้ามาลงทุนในประเทศไทยของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีนที่มีระยะเวลาเพียง 3 ปี คงไม่อาจเทียบได้กับบริษัทญี่ปุ่นที่อยู่มานานกว่า 60 ปี ในด้านการสร้างซัพพลายเชนจ์ในปัจจุบัน แต่ในอนาคตบริษัทมุ่งมั่นที่จะขยายการลงทุนและสร้างความร่วมมือกับบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนในไทยอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าการประกอบในประเทศไทยจะมีต้นทุนการผลิตสูงกว่า 30-40% เมื่อเทียบกับประเทศจีน

Mr.Wang กล่าวต่อว่า บริษัทมีแผนเปิดโรงงานประกอบแบตเตอรี่ในประเทศไทยภายในเดือนตุลาคมนี้ รวมถึงมีแผนการเปิดโรงงานประกอบมอเตอร์ขับเคลื่อนรถยนต์ไฟฟ้า ขณะเดียวกันยังมีแผนการก่อสร้างโรงงานผลิตรถยนต์แห่งใหม่ หรือโรงงานแห่งที่ 2 โดยใช้เงินลงทุนมูลค่าราว 4,000 – 5,000 ล้านบาท (ไม่รวมอาคารและที่ดิน) หลังจากโรงงานปัจจุบันเป็นรูปแบบการเช่าพื้นที่ซึ่งจะสิ้นสุดสัญญาเช่าในช่วงปี 2570 โดยคาดว่าโรงงานแห่งใหม่จะขึ้นไลน์ผลิต Aion i60 เป็นรุ่นแรก โดยโรงงานแห่งใหม่นี้จะมีกระบวนการเชื่อมตัวถัง และพ่นสี ตัวถัง

สำหรับ ธุรกิจสถานีสลับแบตเตอรี่เพื่อรองรับกับแท็กซี่สาธารณะ (ฟลีท) นั้นขณะนี้ บริษัทมีแผนขยายธุรกิจสถานีสลับแบตเตอรี่เพื่อรองรับกับแท็กซี่สาธารณะ ในรุ่น Aion Y Plus ที่ติดตั้งเทคโนโนโลยีสลับแบตเตอรี่ ซึ่ง Aion Y Plus ที่ติดตั้งเทคโนโนโลยีสลับแบตเตอรี่  นั้นเป็นรุ่นประกอบในประเทศไทย และจะเริ่มส่งมอบให้ลูกค้าได้ภายในช่วงปลายเดือน ตุลาคม นี้ โดยมีเป้าหมายการขายอยู่ในระดับหลักร้อยคัน/เดือน

ส่วนการขยายสถานีสลับแบตเตอรี่ นั้นตั้งเป้าว่าจะมีสถานีฯ ประมาณ 20-25 แห่งในปีนี้ โดยพื้นที่เป้าหมายเริ่มต้นจะเริ่มต้นในพื้นที่กรุงเทพฯ เป็นหลัก ก่อนที่จะขยายออกสู่ต่างจังหวัดในปี 2570 ซึ่งบริษัทคาดว่าจะใช้เงินลงทุนราว 25 ล้านบาท/แห่งโดยร่วมมือกับพาร์ทเนอร์สัญชาติจีนและอยู่ระหว่างการเจรจาทางธุรกิจกับพาร์ทเนอร์รายใหญ่ในประเทศไทย

“สำหรับเทคโนโลยีสลับแบตเตอรี่ของ GAC นั้นจะใช้เวลาสลับแบตเตอรี่อยู่ที่ราว 2 นาที/คัน และรองรับการสลับแบตเตอรี่ได้จำนวน 700 คัน/วัน โดยปัจจุบันจำนวนรถยนต์แท็กซี่ในประเทศไทยมีจำนวนอยู่ที่ 70,000 – 80,000 คัน และมีการปลดระวางแท็กซี่เก่าจำนวนราว 5,000 คัน/ปี ซึ่งเราคาดว่า จะสามารถดึงกลุ่มแท็กซี่ที่ปลดระวาง ให้เปลี่ยนมาใช้แท็กซี่ไฟฟ้า แทนรถแท็กซี่ในรูปแบบดิม ซึ่ง GAC คาดว่า จะมีส่วนแบ่งทางการตลาดในสัดส่วนอยู่ที่ 50% ของแท็กซี่ใหม่ต่อปี”

- Advertisement -spot_img
Mitsubishi Mega Deal
ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แบล็ก เอดิชัน
previous arrow
next arrow
- Advertisement -spot_img

Stay Connected

500,000FansLike
14,000FollowersFollow
203,000FollowersFollow
319FollowersFollow
114,000SubscribersSubscribe

Must Read

Related News