Homeข่าวสารข่าวรถยนต์Honda Civic Type R รุ่นปี 2027 จากสหรัฐฯ ปรับดีไซน์พร้อมเพิ่มอุปกรณ์

Honda Civic Type R รุ่นปี 2027 จากสหรัฐฯ ปรับดีไซน์พร้อมเพิ่มอุปกรณ์

Honda Civic Type R มีรุ่นปี 2027 ตามมาแล้วที่สหรัฐฯ โดยเปิดตัวเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2026 มาพร้อมกับการปรับปรุงทั้งในส่วนของรูปลักษณ์และอุปกรณ์มาตรฐาน ภายนอกปรับกันชนหน้าใหม่ให้มีรูปทรงดุดันกว่าเดิม พร้อมระบายความร้อนและสร้างแรงกดได้ดีขึ้น จากกระจังหน้าและชายกันชนหน้าที่ใหญ่ขึ้น เสริมด้วย 4 ทางเลือกสีตัวถังอย่าง สีน้ำเงิน Boost Blue Pearl, สีเทา Sonic Gray Pearl, สีขาว Championship White และ สีใหม่อย่างสีเทา Meteorite Gray Metallic

ห้องโดยสารของ Honda Civic Type R มีรุ่นปี 2027 ปรับเบาะคู่หน้าใหม่ทั้งรูปลักษณ์และวัสดุ พร้อมเพิ่มระบบอุ่นเบาะเป็นครั้งแรก แผงประตูและแดชบอร์ดตกแต่งด้วยหนังกลับ Ultrasuede วัสดุโลหะเปลี่ยนไปเป็นโทนสีเทาที่เข้มขึ้น รับกับปุ่มควบคุมต่างๆ ที่มาในสีดำ ทั้งยังเพิ่มลูกเล่นกับระบบเชื่อมต่อ Alexa และ Gemini แบบ built-in เสริมด้วยช่องชาร์จ USB-C จำนวน 2 ช่อง ติดตั้งอยู่เหนือแท่นชาร์จไร้สายที่มีอยู่เดิม และกระจกมองหลังแบบปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ ปิดท้ายกับเสียงแตรใหม่แบบ Dual Tone

ขุมพลังของ Honda Civic Type R รุ่นปี 2027 คงเดิมกับเครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบ รหัส K20C ให้พละกำลังสูงสุด 315 แรงม้า โดยปรับเปลี่ยนฝาครอบเครื่องยนต์ใหม่ ให้ดูคล้ายของ Type R รุ่นก่อน ส่วนการขับขี่ปรับปรุงใหม่ในหลายจุดทั้งระบบ REV Match ตอบสนองไวขึ้นเมื่อลดเกียร์ลง พร้อมปรับแต่งช่วงล่างในรูปแบบการขับขี่ +R ให้ทำงานดีขึ้นเมื่อเข้าโค้ง และยังปรับแป้นเบรกให้สัมผัสโดยตรงกับรถมากขึ้น

Honda Civic Type R รุ่นปี 2027 ปรับปรุงระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ด้วยการติดตั้งแพคเกจ Honda Sensing ที่ครบครันขึ้น โดยเพิ่ม Post-Collision Braking System (PCB) เป็นครั้งแรก ซึ่งจะช่วยลดความเสียหายที่เกิดจากการเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน สำหรับราคาจำหน่ายเริ่มต้นในสหรัฐฯ โดยที่ยังไม่รวมภาษีนำเข้าของประเทศไทยอยู่ที่ 49,990 USD (ราว 1,682,000 บาท)

ที่มา: Honda

- Advertisement -spot_img
Mitsubishi Mega Deal
ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แบล็ก เอดิชัน
previous arrow
next arrow
- Advertisement -spot_img

Stay Connected

500,000FansLike
14,000FollowersFollow
203,000FollowersFollow
319FollowersFollow
114,000SubscribersSubscribe

Must Read

Related News